จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
โถงประชุม
เจิ้นเป่ยอ๋องหลี่ติ่งนั่งประทับอยู่บนที่นั่งประธาน
เบื้องล่างฝั่งขวามีเหล่าผู้มีอำนาจในกองทัพเจิ้นเป่ยรวมตัวกัน ตั้งแต่รองแม่ทัพใหญ่ไปจนถึงนายกองที่บัญชาการทหารนับพัน
ส่วนเบื้องล่างฝั่งซ้ายเป็นขุนนางฝ่ายพลเรือนของกองทัพ ทั้งผู้ช่วยแม่ทัพ ผู้พิพากษา ผู้ดูแลเอกสาร และผู้บัญชาการที่รับผิดชอบระเบียบวินัยทหาร
“ท่านอ๋อง มีข่าวด่วนจากแดนเหนือ พวกคนเถื่อนเป่ยหูเริ่มเคลื่อนไหว ปีนี้เกรงว่าจะต้องสู้ศึกหนักกันอีกครา”
“ฮ่า ๆ ๆ จะกลัวมันไปไย ก็สู้สิ ดาบใหญ่ของข้าเฉิงกระหายเลือดจนทนไม่ไหวแล้ว!”
“ฮึ เจ้าคนโง่เง่านี่ช่างคิดง่ายเสียจริง สงครามมีคนตาย!”
“แล้วคนตายจะเป็นไรไป ปีไหนที่เราไม่ผ่านเรื่องแบบนี้มาเล่า”
“เจ้า...”
ปัง!
“พอได้แล้ว!”
หลี่ติ่งจ้องเขม็งไปยังสองคนที่กำลังส่งเสียงเอะอะด้านล่าง
ทั้งสองเป็นแขนซ้ายแขนขวาของเขา แม้จะเห็นทะเลาะกันเสียงดัง แต่ลับหลังกลับสนิทกันถึงขั้นสวมกางเกงตัวเดียวกันได้
“เฉิงคนเชือดหมู”
“เอ่อ ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ”
หลี่ติ่งมองชายร่างใหญ่ที่มีหนวดเครารุงรังเต็มใบหน้า ก่อนขมวดคิ้วถามว่า “ปีนี้โรงเชือดจะรวบรวมเงินได้เท่าไร?”
ชายร่างใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “คาดว่าคงไม่ถึงหกหมื่นตำลึง ท่านอ๋องก็รู้จักข้าดี ข้าเริ่มเชือดอสูรตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ไม่กล้าเกียจคร้านแม้แต่วันเดียว เงินหกหมื่นตำลึงนี้พี่น้องทั้งหลายอดออมกันแทบตายกว่าจะเก็บได้ขอรับ”
หากใครรู้ว่ายอดฝีมือขั้นโหวบู๊ระดับหกผู้สง่างามยังรับงานเป็นคนเชือดสัตว์ด้วย เกรงว่านักยุทธ์จากแคว้นอื่นคงหัวเราะจนฟันร่วง
ทว่านี่คือสภาพความเป็นจริงของนักยุทธ์ต้าจิ่ง นักยุทธ์ทั่วไปยังพอว่า แต่พวกทหารที่รับใช้ในกองทัพนี่สิ ถึงจะเรียกว่าน่าเวทนาอย่างแท้จริง
