ถนนใหญ่ชิงหลง
เสียงกีบม้าดังตึกตัก ๆ
ล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าด ๆ
ลู่สืออัน...
“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย~”
“เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ คุณชาย ท่านคงไม่ได้เป็นหวัดแล้วกระมัง?”
ลู่สืออันขยี้จมูก ก่อนส่ายหน้า “คงไม่หรอก ร่างกายของข้าตอนนี้แข็งแรงจนต่อยเสือตัวใหญ่ตายได้ด้วยหมัดเดียว”
“คุณชายอย่าไปต่อยเสือเลยเจ้าค่ะ เสือกินคนนะเจ้าคะ”
เสี่ยวฉานยื่นชาที่เพิ่งต้มเสร็จสำหรับแก้เมาค้างให้ ทว่าขณะที่กำลังจะส่งให้ลู่สืออัน รถม้าก็หยุดกะทันหัน
เสียงตวาดถามของอาต้าดังมาจากด้านนอก “ผู้ใดขวางทาง ไม่รู้หรือว่านี่คือรถม้าจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง?”
เมื่อได้ยินเสียง ลู่สืออันก็ยื่นมือไปเลิกม่านหน้าต่างโดยไม่รู้ตัว
เพียงมองแวบเดียวก็เห็นแววตาของเว่ยชิงหยวนที่แทบจะฆ่าคนได้
“ลู่สืออัน เจ้า...เจ้ายืนอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้! ข้าบอกให้เจ้ารอที่ประตูเมือง เจ้ากล้าทิ้งข้าแล้วกลับมาก่อนคนเดียวได้อย่างไร?”
เห็นได้ชัดว่าเว่ยชิงหยวนดื่มจนเมามาย พูดจาไม่ค่อยชัด
ลู่สืออันขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ “น้องสาว พอได้แล้ว ข้ากลับไปยังมีธุระจริง ๆ ไม่มีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนเจ้า”
ทันใดนั้น เสียงต่อสู้ก็ดังมาจากเบื้องหน้า
เมื่อลู่สืออันเลิกม่านประตูออกไปมอง อาต้ากับอาเอ้อร์ก็ถูกหญิงผู้หนึ่งแต่งกายเป็นองครักษ์กดลงกับพื้นอย่างง่ายดายแล้ว
“คุณชาย นาง...นางเล่นงานทีเผลอ ไม่ยุติธรรมเลย!” อาเอ้อร์ร้องตะโกนทั้งน้ำตาคลอ แววตาดื้อรั้น
ลู่สืออันถอนหายใจอย่างจนใจ ก่อนประสานมือคารวะหญิงองครักษ์ “แม่นางทั้งสองเป็นห่วงนายเหนือหัว จึงร้อนใจไปบ้าง ขอแม่นางโปรดเมตตาด้วย”
