ต้าจิ่ง
ตำหนักลี่เจิ้งในพระราชวัง
จักรพรรดิเว่ยหลินเย่านั่งประทับบนบัลลังก์มังกรเบื้องบน เหล่าขุนนางเบื้องล่างต่างก้มหน้าหลุบตา สีหน้าล้วนไม่น่าดูนัก
เรื่องปรับรูปแบบการประลองร้อยสำนักค่อย ๆ แพร่กระจายออกไป ในช่วงสองวันนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย ทั้งเปิดเผยและแอบแฝง ล้วนกล่าวถึงความไร้ความสามารถของราชสำนัก
ผู้คนจากห้าตระกูลใหญ่ส่งเสียงโวยวายที่สุด เพราะหลังปรับรูปแบบแล้ว พวกที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็คือพวกเขา
นี่คือวิธีที่เว่ยหลินเย่าใช้ควบคุมอำนาจ
อาศัยต้าฝู ต้าเฉียน ตระกูลข่ง กระทั่งเป่ยหู มาบั่นทอนกำลังคนรุ่นใหม่ของห้าตระกูลใหญ่
ต้องรู้ว่า ในการประลองร้อยสำนักของต้าจิ่งในปีก่อน ๆ โควตาสามตำแหน่งสำหรับเข้าศึกษาต่อที่สำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย มักมีเพียงตำแหน่งเดียวที่เป็นของฝ่ายสนับสนุนราชวงศ์ ส่วนใหญ่แล้วทั้งสามตำแหน่งกลับถูกคนจากห้าตระกูลใหญ่คว้าไปจนหมด...
หากว่ากันด้วยรากฐาน สกุลเว่ยแห่งต้าจิ่งซึ่งสถาปนาประเทศมาได้ไม่ถึงพันปีย่อมแข็งแกร่งกว่าตระกูลใดตระกูลหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่จริง
แต่จะทำอย่างไรได้ อีกฝ่ายไม่ยอมสู้กับเจ้าตัวต่อตัว กลับเลือกให้ทั้งห้าตระกูลผนึกกำลังกันจัดการสกุลเว่ยของเจ้าเพียงตระกูลเดียว
ความคิดของเว่ยหลินเย่านั้นเรียบง่ายนัก ในเมื่อโควตาสามตำแหน่งนี้จะตกเป็นประโยชน์แก่ห้าตระกูลใหญ่ สู้ใช้มันแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับขุมกำลังอื่นเสียยังดีกว่า
อย่างเช่นเป่ยหูที่เข้าร่วมแย่งชิงโควตาในครั้งนี้
สิ่งที่พวกเขาเสนอแลกเปลี่ยนคือ หากมีคนของพวกเขาได้เข้าสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ยแม้เพียงคนเดียว นับจากนี้ไปอีก 100 ปี พวกเขาจะไม่ลงใต้มาเลี้ยงสัตว์และรุกรานอีก
แต่เป่ยหูสู้รบกับต้าจิ่งมานานเกือบพันปีแล้ว แม้ชนชั้นสูงของทั้งสองแคว้นจะเจรจาผลประโยชน์กันได้
แต่ชาวบ้านกลับทำเช่นนั้นไม่ได้ บ้านไหนบ้างไม่มีผู้อาวุโสในตระกูลที่ตายด้วยคมดาบของพวกหูโจร?
ความแค้นระหว่างแคว้นและความบาดหมางระหว่างตระกูล มิใช่สิ่งที่จะยอมประนีประนอมกันได้ง่ายดาย
และนี่เองก็มอบโอกาสให้ห้าตระกูลใหญ่ยุยงปลุกปั่นการก่อจลาจล
