“แย่แล้ว ท่านอ๋อง องค์หญิงเสด็จไปเรือนหมิงซินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“......”
“แย่แล้ว พระชายา องค์หญิงไม่ได้เสด็จมาหาท่าน แต่กลับตรงไปเรือนหมิงซินแล้วเพคะ!”
“......”
“แย่แล้ว คุณหนูใหญ่ เอ๊ะ ลืมไปว่าคุณหนูใหญ่ไปสำนักศึกษาแต่เช้าแล้ว ทำอย่างไรดี เจ้าบ่าวจะถูกคนแย่งไปแล้ว!”
“......”
“แย่แล้ว คุณหนูรอง เอ๊ะ แล้วข้าจะไปแจ้งคุณหนูรองทำไมกัน?”
“......”
.......
จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
เรือนหมิงซิน
ริมทะเลสาบหมิงซินชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำ ครึ่งหนึ่งเป็นน้ำค้างยามเช้า อีกครึ่งหนึ่งเป็นหยาดเหงื่อจากการทำงาน
ยามเช้าตรู่ สาวใช้หลายคนที่รับหน้าที่กวาดล้างก็เริ่มซักเสื้อผ้าและเครื่องนอนบนโขดหินซักผ้าริมทะเลสาบ
พริบตาเดียวก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เจ้านายทั้งหลายต้องเปลี่ยนเป็นผ้านวมขนสัตว์อุ่น ๆ และอาภรณ์ชุดใหม่ ช่วงนี้จึงเป็นเวลาที่พวกนางยุ่งที่สุด
ขณะที่หญิงสาวหลายคนกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรส
จู่ ๆ กลิ่นบุปผาหอมฟุ้งก็ลอยมาแตะจมูก จากนั้นก็เห็นกลีบดอกไม้มากมายลอยอยู่บนผิวน้ำ
“ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้วแท้ ๆ ดอกไม้มาจากไหนกัน?”
“นั่นสิ แถมกลิ่นยังหอมเข้มข้นนัก พี่เสี่ยวชิงลองดมดูสิ...”
หญิงสาวทั้งหลายมองไปรอบ ๆ อย่างฉงนใจ ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นเกี้ยวหลังคาคลุมสีทองอร่ามที่ต้องใช้คนหามแปดคนผ่านเข้ามาทางประตูเรือน
“เอ๊ะ พวกเจ้าเข้ามาได้อย่างไร พวกเจ้า...”
“หุบปาก!”
สาวใช้ตัวน้อยยังพูดไม่ทันจบก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ พอก้มลงมองก็แทบปัสสาวะราด มีดเล่มหนึ่งจ่ออยู่ตรงคอของนาง
สาวใช้คนอื่นเห็นเช่นนั้นต่างยกมือปิดปาก กลัวเหลือเกินว่าหากส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียวจะต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง
ทว่าในหมู่พวกนางมีสาวใช้คนหนึ่งเห็นท่าไม่ดี
แม้นางจะหวาดกลัวเช่นกัน แต่ก็ยังตะโกนไปทางเรือนเล็กไม้ไผ่สีเขียวที่อยู่ไม่ไกล “คุณชาย รีบหนีไปเจ้าค่ะ! เสี่ยวฉาน รีบหนี...”
