“ตาเฉิน ไปกันเถอะ ไปกินเจียงหลี่เหลากัน!”
ลู่สืออันเดินมาหยุดหน้าห้องส่วนตัวข้าง ๆ แล้วตะโกนเข้าไปข้างใน
เฉินเยี่ยนเซียวกับถังตานชิงกำลังดื่มกันอย่างออกรส พอได้ยินก็หันมาพร้อมกัน พลางขมวดคิ้วกล่าวว่า “เจ้าหนู ยังรู้จักกลับมาอีกหรือ นี่เลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วนะ”
พูดได้ครึ่งเดียว ทั้งสองจึงเห็นองค์รัชทายาทเว่ยชิงเซี่ยนกับองค์หญิงไป๋ฮวาที่ยืนตามหลังลู่สืออันมา
เฉินเยี่ยนเซียวเป็นคนต้าฝู ทั้งยังเคยศึกษาที่สำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย เป็นบัณฑิตผู้ใหญ่ที่มีอภิสิทธิ์ไม่ต้องคำนับขุนนางเมื่อพบหน้า
ส่วนถังตานชิงเป็นผู้สืบทอดวิชาจิตรกรรมแห่งตระกูลถังเมืองหยางโจว อนาคตย่อมก้าวเข้าสู่ขั้นบรรลุสวรรค์ระดับเจ็ดได้แน่นอน ย่อมไม่จำเป็นต้องไว้หน้าทั้งสองเช่นกัน
ถึงอย่างนั้น ถังตานชิงก็ยังประสานมือคารวะพอเป็นพิธี ก่อนยิ้มกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นองค์รัชทายาทกับองค์หญิงไป๋ฮวาเสด็จมานี่เอง ทั้งสองพระองค์จะไปลิ้มลองเจียงหลี่เหลาด้วยกันหรือไม่?”
องค์รัชทายาทเว่ยชิงเซี่ยนประสานมือคำนับ ท่าทีแสดงความเคารพอย่างพอดิบพอดี
“นักศึกษาเว่ยชิงเซี่ยน ขอคารวะท่านบัณฑิตใหญ่เฉิน”
ลู่สืออันชะงักไปเล็กน้อย มองเฉินเยี่ยนเซียวที่ดูมอมแมมอย่างประหลาดใจ
เจ้าขี้เมาคนนี้ดูเหมือนมีฐานะสูงไม่น้อย ปกติมองไม่ออกเลยจริง ๆ โดยเฉพาะยามผมเผ้ายุ่งเหยิง ทุกวันมีสภาพเมามายราวกับคนจรจัด...
“ไม่ต้องมากพิธี”
เฉินเยี่ยนเซียวแม้เคยชินกับการทำตัวเกียจคร้าน แต่ก็ไม่อาจเมินคำทักทายของผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งแคว้นได้ตรง ๆ จึงขยับตัวนั่งให้ตรงขึ้นเล็กน้อยแล้วคำนับตอบ
จากนั้นก็รีบหันไปถามลู่สืออัน “ไปได้หรือยัง เมื่อครู่เสี่ยวฉานให้คนส่งข่าวมาว่าหม้อไฟเดือดตั้งสามรอบแล้ว”
ลู่สืออันได้ยินแล้วน้ำลายสอทันที พยักหน้ากล่าวว่า “ไป ๆ ๆ ข้าดูงิ้วมาตลอดเช้า ตอนนี้หิวจริง ๆ แล้ว”
เฉินเยี่ยนเซียวได้ยินเช่นนั้นก็ยินดี ลุกขึ้นแล้วกวาดตามองขันทีเกาที่อยู่ด้านหลังองค์รัชทายาทเว่ยชิงเซี่ยน
“อย่าขัดขืน ไม่อย่างนั้นก็เดินไปเอง”
ขันทีเกาชะงัก ยังไม่ทันได้ตอบก็รู้สึกว่าตนถูกพลังเที่ยงธรรมอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งจับจ้องไว้
