ครืน ครืน~
“ฮ่า ๆ ๆ กวนเทา เจ้าหลบทำไม หลี่ผู้นี้จะตีเจ้าตายได้หรือ!”
ทางหอวั่งเจียง
การประลองยังคงดำเนินต่อไป
คราวนี้เป็นการประมือระหว่างตระกูลหลี่หลงซี หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ กับนักศึกษาที่มาศึกษาต่อจากแคว้นต้าฝู
ตระกูลหลี่หลงซีส่งหลี่ซั่วออกมา เขามีอายุเพียง 25 ปี แต่พลังยุทธ์ก็ทะลุถึงขั้นจิตยุทธ์ระดับสี่ช่วงกลางแล้ว ทั้งยังเป็นผู้บำเพ็ญขงจื๊อขั้นบ่มเพาะปราณระดับสามอีกด้วย
ต้าจิ่งให้ความสำคัญกับบุ๋นและกดข่มบู๊ ทว่าไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้ใดให้ความสำคัญกับวิถียุทธ์ ตระกูลหลี่หลงซีเป็นหนึ่งในแบบอย่างของตระกูลที่ยึดถือทั้งบุ๋นและบู๊
เรื่องนี้เกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของหลงโจว
หลงโจวตั้งอยู่ชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ของต้าจิ่ง ทางตะวันตกติดกับชายขอบเชิงเขาด้านตะวันออกของเทือกเขาเหิงต้วน จึงต้องเผชิญการรุกรานของฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กอยู่เป็นนิจ
แต่ภัยจากสัตว์อสูรนี้ก็เป็นวาสนาเช่นกัน
เนื้อและเลือดของสัตว์อสูรเป็นของบำรุงชั้นเลิศ ส่วนหนัง ขน เอ็น และกระดูกของพวกมันก็เป็นวัตถุดิบสำคัญในการหลอมศาสตราวิเศษ
ห้าตระกูลใหญ่ต่างผูกขาดการค้าผลงานอักษรชนิดหนึ่งและโอสถอีกหลายชนิด ส่วนตระกูลหลี่หลงซีนั้นผูกขาดธุรกิจหลอมศาสตราวิเศษจากสัตว์อสูรทั้งหมด
หากพูดถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ตระกูลหลี่หลงซีถือเป็นใหญ่เหนืออีกสี่ตระกูล
เรียนหนังสือต้องใช้เงิน ฝึกยุทธ์ยิ่งต้องใช้เงินมากกว่า
ตระกูลหลี่หลงซีมั่งคั่ง อีกทั้งยังอยู่ติดเทือกเขาเหิงต้วน ทางเหนือก็เป็นแคว้นต้าฝู นักยุทธ์จากทั้งสองดินแดนไปมาหาสู่กัน นานวันเข้าจึงสร้างเส้นทางของตนในวิถียุทธ์ขึ้นมาได้
“เกราะระฆังทองคำคำรามพยัคฆ์!”
เคร้ง~
คนทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอย่างแรงกลางลาน
หลี่ซั่วตั้งท่าหยั่งรากด้วยสองเท้า พลังปราณเลือดทั่วร่างพลันพุ่งทะยาน พลังอันแข็งแกร่งแปรเป็นเงาระฆังขนาดใหญ่ บนระฆังสลักภาพนูนหัวพยัคฆ์สี่หัว มีชีวิตชีวาราวกับของจริง แผ่กลิ่นอายองอาจน่าเกรงขาม
