ทันใดนั้น
เสียงโห่ร้องพลันดังมาจากสวนฉวี่เจียงเบื้องล่าง
ลู่สืออันชะโงกหน้าไปมอง ก่อนขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ภาพที่เห็นคืออาสื่อน่าม่อทุนหมอบอยู่บนพื้น ข้างกายมีหลูเสวียนตู้ยืนหยิ่งผยอง รายล้อมด้วยเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่และศิษย์สำนักศึกษาที่กำลังส่งเสียงยินดี
「อาสื่อน่าม่อทุนแพ้แล้วหรือ?!」
อู๋หยวนจื่อหยิบป้านสุราที่วางอยู่บนราวระเบียงขึ้นมา ค่อย ๆ รินลงจอกของตน พลางกล่าวยิ้ม ๆ ว่า「ไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้」
ลู่สืออันชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น
「เหตุใดผู้อาวุโสจึงกล่าวเช่นนี้ เขาถูกโจมตีจนล้มลงแล้วมิใช่หรือ?」
กล่าวได้ครึ่งเดียว ลู่สืออันก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปมองอินทรีหมาป่าขนทองที่บินอยู่กลางอากาศโดยไม่รู้ตัว
อู๋หยวนจื่อหัวเราะเบา ๆ「สังเกตเห็นแล้วหรือ อาสื่อน่าม่อทุนยังไม่ได้ทุ่มสุดกำลัง เพราะเป้าหมายของเขาบรรลุแล้ว」
ลู่สืออันนิ่งงันไปครู่หนึ่ง
จากนั้นความคิดอันเหลือเชื่อก็ผุดขึ้นในใจ
ในตอนนั้นเอง เบื้องล่างพลันเกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้บรรยากาศเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบมาพากล
「คุณหนูหวังชางเยว่แห่งตระกูลหวังไท่หยวนอยู่ที่นี่หรือไม่ คุณหนูของข้าได้ยินมาว่าคุณหนูหวังมีพรสวรรค์โดดเด่น วันนี้จึงอยากประลองแลกเปลี่ยนฝีมือกับคุณหนูหวังสักครา」
สีหน้าลู่สืออันขยับไหว เขาชะโงกมองระเบียงชั้นแปดด้านล่าง
เพียงมองครั้งเดียว สายตาของเขาก็ประสานเข้ากับสตรีสองนางที่เดินมาถึงระเบียงพอดี
สตรีในชุดในวังนางหนึ่งเขาไม่รู้จัก ส่วนอีกคนมีนามว่ากู้ชิงเหยียน ในความทรงจำของร่างเดิม นางคือยอดสตรีผู้มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา หากกล่าวถึงเพียงความรู้ความสามารถ ก็ไม่ด้อยไปกว่าองค์รัชทายาทเว่ยชิงเซี่ยนในราชสำนักปัจจุบัน ส่วนโฉมงามนั้นก็โดดเด่นไม่แพ้กัน งดงามทัดเทียมหงโต้ว
