“เจ้าหนู ขึ้นมาคุยกันหน่อย”
ลู่สืออันใจไหววูบ รีบประสานมือคารวะไปทางชั้นเก้า เป็นเชิงรับทราบ
เขาเหลือบมองอาสื่อน่าม่อตุนที่ใบหน้าเขียวคล้ำ ก่อนหัวเราะหึ ๆ “ดูท่าจะสู้กันไม่ได้แล้ว ไว้เจอกันใหม่”
อาสื่อน่าม่อตุนแค่นเสียง ก่อนเงยหน้ามองหอวั่งเจียง สายตาเลื่อนไปยังชั้นบนสุด ความขุ่นเคืองบนใบหน้ายิ่งเข้มข้นขึ้นหลายส่วน
“เจ้าหนู อย่าเพิ่งได้ใจไปนัก คิดว่าเจ้าก็มาร่วมการประลองร้อยสำนักสินะ ไว้เจอกันในรอบชิงชนะเลิศ!”
ลู่สืออันขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง แล้วเดินตรงเข้าไปในหอ
เมื่อเห็นท่าทีไม่แยแสของเขา สีหน้าอาสื่อน่าม่อตุนก็ยิ่งย่ำแย่ลง
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
“องค์ชายม่อตุน อย่าลืมข้อตกลงระหว่างเรา”
อาสื่อน่าม่อตุนขมวดคิ้วหนา จ้องลู่สืออันที่กำลังจากไปด้วยความเคียดแค้น
จากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังอย่างเดือดดาล “ไอ้เด็กตระกูลหลูแห่งซานหนานอยู่หรือไม่?”
เสียงคำรามนั้นเปี่ยมโทสะ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะระบายความอัดอั้นที่ได้รับจากลู่สืออันใส่คนตระกูลหลูทั้งหมด
ลู่สืออันชะงักเท้าขณะก้าวเข้าไปในลิฟต์แรงคน ก่อนหันกลับไปมองอาสื่อน่าม่อตุนกับพวกอีกสองคน ดวงตาหรี่ลงอย่างครุ่นคิด
“ดูท่าจะมีคนซวยแล้ว”
ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง
ลู่สืออันมองอาสื่อน่าม่อตุนที่อยู่ในสวน อีกฝ่ายคล้ายสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงหันมามองเขาเช่นกัน สายตาของทั้งคู่สบกันจนประตูปิดสนิท แล้วจึงละจากกันพร้อมกัน
ในเวลาเดียวกัน
หอเฟยเยี่ยนชั้นเจ็ด
เผยสิงจือและคนอื่น ๆ ต่างหันไปมองคุณชายรูปงามคนหนึ่ง
ชายผู้นี้ชื่อหลูเสวียนตู้ เป็นอัจฉริยะตัวแทนคนรุ่นเยาว์ของตระกูลหลูแห่งซานหนาน
ชายหญิงวัยเยาว์หลายคนที่อยู่ข้างกายล้วนเป็นคนตระกูลหลู เมื่อได้ยินเสียงตะโกนท้าทายของอาสื่อน่าม่อตุน ทุกคนก็หันไปมองหลูเสวียนตู้ซึ่งเป็นผู้นำพร้อมกัน
“คุณชายใหญ่ พวกคนเถื่อนนั่นคงไม่ได้มาดีแน่”
“ใช่แล้วขอรับคุณชาย ไม่สู้พวกเราอย่าไปสนใจ ปล่อยให้เขาตะโกนอยู่ข้างล่าง ส่วนพวกเราก็ดื่มสุรากันต่อ”
เมื่อครู่นี้พวกเขาเห็นพลังเลือดลมที่อาสื่อน่าม่อตุนระเบิดออกมาแล้วรู้สึกหวาดหวั่น หากลงไปแล้วถูกตบหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย พวกเขาจะยังมีหน้าอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างไร?
