หัวธนูฝังเข้าไปในสะบักของนาง เลือดซึมแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดโถมเข้ามาแทบจะในทันที
เย่จิ้งเสวียนยังไม่ทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอก้มลงก็เห็นนางหน้าซีดเผือด ล้มลงมาในอ้อมแขนของเขา
“หวนหวน!”
เขารีบรวบนางไว้ทันที ฝ่ามือที่แตะลงบนบ่าของนางสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นเหนียวเหนอะหนะ
ราวกับมีบางอย่างระเบิดขึ้นในสมอง เสียงของเขาแทบจะเป็นเสียงตะโกนคำราม
“หวนหวน! หมอหลวง! เรียกหมอหลวงมา!”
เขาอุ้มนางขึ้นพาดแขน แล้วพุ่งเข้าไปในห้องข้างที่อยู่ใกล้ที่สุด
เหล่าองครักษ์ได้สติ รีบจัดกำลังเข้าจับกุมมือสังหาร
เหล่าฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายตกใจจนหน้าซีด ต่างพากันไปยังที่ปลอดภัยภายใต้การคุ้มกันของบ่าวไพร่
หมอหลวงถูกองครักษ์ใกล้ตัวขององค์รัชทายาทลากตัวมา ยังไม่ทันได้คำนับ ก็ถูกกดให้นั่งลงข้างเตียง เพื่อจับชีพจรให้ชายาแห่งองค์รัชทายาท
“เป็นอย่างไรบ้าง? หากชายาแห่งองค์รัชทายาทเป็นอะไรไป ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
สีหน้าของเย่จิ้งเสวียนย่ำแย่ยิ่งกว่าเซี้ยหวนหวนที่หมดสติอยู่เสียอีก แม้แต่ลมหายใจก็ขาดห้วง ดวงตาที่ปกติมั่นคงและอ่อนโยน บัดนี้แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย
“โชคดีที่บาดแผลไม่ได้โดนจุดสำคัญ ถอนหัวธนูออกแล้ว ชายาแห่งองค์รัชทายาทก็จะไม่เป็นอันตรายพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็รีบลงมือสิ”
เย่จิ้งเสวียนรู้ว่าเวลานี้ตนควรสงบสติอารมณ์ ไม่ควรตำหนิหมอหลวง แต่เขากลับควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้เลย
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเกือบสูญเสียหวนหวนไป
เย่จิ้งเสวียนเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน
หมอหลวงเปลี่ยนยาให้นางสองรอบ จนกระทั่งใกล้รุ่ง ลมหายใจของนางจึงค่อย ๆ กลับมาสม่ำเสมอ
เย่จิ้งเสวียนถึงได้ค่อย ๆ คลายมือของนางออก พอลุกขึ้นยืน เข่าก็แข็งจนแทบยืนตัวตรงไม่ไหว
หลังจากอาการของเซี้ยหวนหวนคงที่แล้ว เขาก็ให้คนสนิทเฝ้าดูแลนางด้วยตนเอง ก่อนจะไปสอบสวนมือสังหารเหล่านั้น
ในคุกหลวง เครื่องมือทรมานทุกชนิดถูกนำมาใช้จนหมด ในที่สุดก็มีคนที่ยังมีชีวิตยอมให้การ
