เซี้ยหวนหวนปิดโทรศัพท์มือถือแล้วปิดไฟ จากนั้นก็มุดเข้าไปในผ้าห่มทั้งตัว เสียงของเธอดังมาจากใต้ผ้าห่ม
“ดึกแล้ว นอนได้แล้ว”
ภายในห้องมืดสนิท
สายตาของเชิงเซิงไม่ได้รับผลกระทบจากความมืด เขาหันหน้าไปมอง เห็นเซี้ยหวนหวนห่อตัวเป็นก้อน ขอบผ้าห่มเผยให้เห็นเส้นผมกระจุกหนึ่งกับใบหูครึ่งข้าง
เขาล้มตัวลงนอน เพิ่งหลับตาได้ไม่นาน วินาทีถัดมาเธอก็ยื่นมือมากอดเขาไว้
เชิงเซิงชินกับการถูกเธอกอดแล้ว จึงไม่ได้ขัดขืน เพียงเอนกายซบอยู่ในอ้อมกอดของเธออย่างเงียบ ๆ แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
ดึกสงัด
มีเสียงแผ่วเบาดังมาจากระเบียง
เชิงเซิงลืมตาขึ้นทันที แล้วหันไปมองทางระเบียง
ม่านไม่ได้ปิดสนิท แสงไฟถนนส่องลอดช่องว่างเข้ามา เผยให้เห็นเงาคนกำลังพยายามปีนข้ามราวระเบียง
ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นพี่จางห้องข้าง ๆ
เชิงเซิงหรี่ตาลง สีหน้าเย็นชาขึ้นอย่างเงียบงัน
พี่จางปีนข้ามราวระเบียงมาเหยียบระเบียงฝั่งห้องของเซี้ยหวนหวน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเบาที่สุด
เขามองผ่านประตูกระจกเข้าไปข้างใน ห้องมืดสนิท บนเตียงมีเงาคนสองคนราง ๆ
ผู้หญิงหนึ่งคน เด็กอีกหนึ่งคน ไม่ใช่คู่มือของเขาอยู่แล้ว
เขานึกถึงภาพเซี้ยหวนหวนยืนอยู่ใต้ไฟถนน ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่แทบสะกดกลั้นไว้ไม่อยู่
เขาก้าวขาข้างหนึ่งไปพาดไว้บนระเบียงของเซี้ยหวนหวน กำลังจะออกแรงปีนข้ามไป ทันใดนั้นก็มีเสียงปีกกระพือดังพรึ่บพรั่บขึ้นมาจากเหนือระเบียง
เขาหันไปมอง แล้วก็เห็นฝูงสิ่งมีชีวิตสีดำโฉบลงมาจากที่มืด พุ่งตรงเข้าหาใบหน้าของเขา
เขาตกใจจนโบกมือไล่พวกมันอย่างบ้าคลั่ง พอเพ่งดูให้ดี ที่แท้ก็เป็นค้างคาว
เขาตกใจจนขาอ่อนแรงพอดี จังหวะนั้นเองค้างคาวตัวหนึ่งก็กัดเข้าที่น่อง เขาสะบัดขาอย่างแรงตามสัญชาตญาณเพื่อให้หลุด แต่เท้าพลันลื่น ร่างทั้งร่างจึงพลัดตกลงจากระเบียงไป
