สีหน้าของดยุกอีกหลายคนเปลี่ยนไป แทบจะลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกัน แล้วกวาดตามองไปรอบด้าน
สายตาของพวกเขากวาดผ่านทุกรายละเอียดในปราสาทโบราณ
แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย
พวกเขายังไม่วางใจ จึงหลับตาลงและแผ่การรับรู้ออกไปอีกครั้ง ภายในรัศมีสิบลี้ไม่มีร่องรอยของบุคคลแปลกหน้าแม้แต่น้อย
ดยุกสตีเวนโบกมืออย่างหงุดหงิด “เจ้าอย่าระแวงไปเลย จะมีคนนอกที่ไหนกัน?”
ดยุกแลนเซอขมวดคิ้ว แล้วลองแผ่การรับรู้อีกครั้ง ซึ่งก็ไม่พบสิ่งใดจริง ๆ
เขาค่อย ๆ นั่งกลับลงบนเก้าอี้ “อาจเป็นเพียงภาพลวงตา”
อีกด้านหนึ่ง
เซี้ยหวนหวนลืมตาขึ้น สบเข้ากับดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นของเชิงเซิงที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและจดจ่อ
“เป็นอย่างไรบ้าง?” เขาถาม
“พวกเขาแค่อยากหยั่งเชิงดูว่าเจ้ามีความสามารถเพียงใด อยากอาศัยการชุมนุมครั้งนี้ปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น อีกอย่าง ข้าเห็นดยุกพวกนั้นตำหนิกันเองด้วย มีสองคนที่เริ่มมีท่าทีจะยอมก้มหัวให้เจ้าแล้ว”
เชิงเซิงแค่นเสียงเย็นชา “นับว่าพวกเขารู้จักอ่านสถานการณ์”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโอบนางเข้ามาในอ้อมแขนแน่นขึ้น “พอดีเลย งานเลี้ยงครั้งนี้จะได้ให้เผ่าดูดเลือดตนอื่นรู้จักเจ้าด้วย”
