ความประหลาดใจหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างไม่อาจสั่นคลอนซูม่านม่านได้อีกต่อไป
หลังผ่านลมฝนและสายตาดูแคลนมาถึง 12 ปีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ การถูกผู้คนในตลาดจับจ้องแค่นี้ไม่ถือเป็นอะไรเลย
เธอกินข้าวกับกับข้าวไปเกือบครึ่งชามอย่างสงบนิ่ง จนกระทั่งท้องส่งสัญญาณว่าอิ่มแล้ว จึงวางตะเกียบลง
ซี่โครงบนโต๊ะยังเหลืออยู่หลายชิ้น ไข่ผัดก็ยังเหลืออีกหน่อย จะทิ้งก็เสียดาย เก็บไว้กินตอนเย็นได้
“สหายคะ” ซูม่านม่านยกมือเรียกพนักงาน “รบกวนช่วยห่อซี่โครงกับไข่นี่ให้ฉันหน่อยค่ะ ไม่เอาน้ำแกงนะคะ”
พนักงานเป็นหญิงวัยกลางคนที่เห็นโลกมาบ้าง เธอไม่พูดมาก รีบนำกระดาษน้ำมันกับหนังสือพิมพ์เก่ามาให้
ท่ามกลางเสียงซุบซิบรอบตัวที่ยังไม่ซาลง ซูม่านม่านมองอีกฝ่ายห่อซี่โครงกับไข่ที่เหลืออย่างพิถีพิถัน แล้วมัดให้แน่นหนา
หลังห่ออาหารที่เหลือเสร็จ ซูม่านม่านยังไม่รีบจากไป เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม “แล้วก็ขอหมั่นโถวไส้เนื้อชิ้นใหญ่สิบลูก ห่อกลับด้วยค่ะ”
“สิบลูกเหรอคะ?” คราวนี้พนักงานอดถามย้ำไม่ได้
“ใช่ค่ะ สิบลูก”
ซูม่านม่านพยักหน้าแล้วเสริมว่า “คืนนี้ที่บ้านมีแขกค่ะ”
ไม่นาน หมั่นโถวถุงใหญ่ซึ่งห่อด้วยกระดาษน้ำมันหนาและส่งกลิ่นหอมของแป้งกับไส้เนื้อผสมกันก็ถูกยื่นมาให้เธอ
ซูม่านม่านถือห่ออาหารที่เหลือไว้มือหนึ่ง อีกมือหิ้วหมั่นโถว จ่ายเงินอย่างสงบนิ่งภายใต้สายตาที่ยังไม่ละไปไหน ก่อนเดินออกจากประตูร้านอาหาร
เมื่อมาถึงมุมตรอกอันเงียบสงบที่คุ้นเคย เธอก็หยุดแล้วเก็บของทั้งหมดเข้าไปในมิติทันที
