หลิวฟางใช้นิ้วคลี่ปลายเปียของตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย แฝงความหยิ่งทะนงที่ยากจะสังเกตเห็น «ฉันจับฉลากได้กองพลหงฉี แต่ก็ไม่มีอะไรหรอก ยังไงก็แค่มาอยู่สองปี ทำให้พอเป็นพิธีเท่านั้น ที่บ้านฉันกำลังหาทางกันอยู่ ถึงตอนนั้นน่าจะกลับเข้าเมืองได้ก่อนกำหนด»
เธอพูดเหมือนไม่ใส่ใจ ทว่ากลับทำให้โจวเหวยหมินกับหวังชุนเหมยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
แววตาหวังชุนเหมยเผยความอิจฉา ส่วนโจวเหวยหมินขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไร
หลังพูดจบ หลิวฟางก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาเหลือบไปทางฮั่วชิงหลิงอีกครั้ง ก่อนถามซูม่านม่านอย่างไม่ใส่ใจนัก «สหายซู คนที่นั่งข้างคุณ...ก็จะไปกองพลหงฉีเหมือนกันหรือ? เห็นเขามาคนเดียว ไม่มีเพื่อนร่วมทางด้วย»
เธอพยายามหยั่งเชิงจากซูม่านม่าน
ซูม่านม่านส่ายหน้า น้ำเสียงเรียบเรื่อย «ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน»
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าฮั่วชิงหลิงจะไปที่ไหน
หลิวฟางผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เพียงเหลือบมองร่างสูงที่เงียบขรึมเย็นชาเป็นระยะ
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฮั่วชิงหลิงเป็นดั่งก้อนหินไร้ไออุ่น แยกตัวอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่แสดงความสนใจหรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อยต่อบทสนทนาและสายตาที่อยู่รอบข้าง
หวังชุนเหมยแลบลิ้น ก่อนถามซูม่านม่านอย่างอยากรู้อยากเห็น «สหายซู แล้วคุณล่ะ? ทางนั้นหนาวมาก ที่บ้านเตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ ให้คุณไว้เยอะใช่ไหม? แม่ฉันเกือบจะให้ฉันแบกผ้าห่มฝ้ายที่บ้านมาด้วยทั้งหมดแล้ว!»
ซูม่านม่านเพียงยิ้มน้อย ๆ «เตรียมมาบ้างแล้ว»
พวกเธอพูดคุยกันเบา ๆ เป็นระยะ
