เจียงไหลกับเพื่อน ๆ สบตากัน
เห็นได้ชัดว่าทุกคนมองออกแล้วว่าปัญหาอยู่ที่ “สวิตช์”
เสิ่นชิงหรานเกือบหลุดปากพูดความรู้สึกออกมา แต่ก็ฝืนกลืนกลับลงไป
จากนั้นทำท่ารูดซิปปิดปากด้วยมือ
เบื้องต้นคาดว่า หากชื่นชมหรืออุทานถึงทิวทัศน์ใน "สวนดอกไม้"
ก็จะติดอยู่ในกฎ “อ้อยอิ่งจนไม่อยากจากไป”
“ไปกันเถอะ” เจียงไหลเหลือบมองทั้งสี่คนที่ติดอยู่ในวังวนซ้ำ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น
ตั้งแต่เริ่มต้น ทีมนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่คิดร่วมมือกับใคร
เจียงไหลกับพวกจึงไม่คิดยุ่งเรื่องชาวบ้านเช่นกัน
จากที่สังเกตมาก่อนหน้านี้
คนที่ติดอยู่ก็แค่ประมาณสิบกว่านาทีเท่านั้น
ตราบใดที่ไม่กระตุ้นกฎซ้ำบ่อย ๆ และถ่วงเวลาไปจนกว่า "สวนดอกไม้" จะปิด
อย่างมากก็แค่เสียเวลาไปหน่อย
ทั้งห้าคนเดินอ้อมอีกฝ่ายแล้วมุ่งหน้าต่อ
ตอนเดินผ่านชายผมเกรียน อีกฝ่ายยังคงตะโกนใส่อากาศว่างเปล่าที่ไม่มีใครอยู่ไม่หยุดว่า
“มองหาแม่แกหรือไง”
เจียงไหลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
เวรกรรมแท้ ๆ
เดินไปได้ไม่ไกล ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็พลันเปิดโล่ง
น้ำพุสลักรูปเทวดาตัวน้อยตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง
สายน้ำใสสะอาดสะท้อนแสงระยิบระยับท่ามกลางแดด
เสียงน้ำที่ได้ยินจากนอกสวนดอกไม้ก็ดังมาจากที่นี่เอง
นี่คงเป็น "บ่อน้ำอธิษฐาน" ที่กล่าวถึงในกฎ
“นี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์เหรอ?”
เสิ่นชิงหรานเดินเข้าไปใกล้ พลางพึมพำอย่างสงสัย
“ในหนัง น้ำศักดิ์สิทธิ์มีแค่นิดเดียวไม่ใช่เหรอ?”
น้ำศักดิ์สิทธิ์ของคนอื่นเขาบรรจุใส่ขวดกัน
