ทั้งห้าคนยืนอยู่ตรงปากบันได ไม่มีใครบุ่มบ่ามลงมือ
ขณะที่เสิ่นชิงหรานกำลังจะรั้งใครสักคนไว้สอบถาม
กลิ่นเนยผสมขนมปังอบหอมกรุ่น
เจือกลิ่นเนื้ออุ่น ๆ โชยเข้าจมูก
สาวใช้คนหนึ่งเดินขึ้นบันไดมาจากด้านล่าง
เธอถือถาดอยู่ในมือ ก้มมองปลายเท้าเหมือนคนอื่น ๆ
ริมฝีปากขยับแผ่วเบา
คล้ายกำลังพึมพำอะไรบางอย่างที่มีเพียงตัวเองเท่านั้นจะได้ยิน
ถึงอย่างนั้น ฝีเท้าของเธอก็ยังมั่นคงมาก
แม้แต่เปลวเทียนบนถาดก็แทบไม่ไหวติง
แสงไฟตกกระทบจาน เผยให้เห็นเส้นสีทองบาง ๆ ที่ขอบจาน
กลางจานกระเบื้องมีเนื้อหั่นเป็นชิ้นรีสองชิ้นวางอยู่อย่างได้สัดส่วน
เกล็ดขนมปังที่ชุบเนยทอดเคลือบอยู่ด้านบน ส่องประกายสีอำพันระยิบระยับ
“เนื้อนกพิราบ”
เสิ่นชิงหรานหรี่ตาลง เอ่ยเสียงเบา
เขาคุ้นเคยกับกลิ่นและเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี
เจียงไหลนึกถึงข้อมูลที่เพิ่งเห็นบน"กระดานประกาศพระราชวัง"ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
นี่คือสิ่งที่กล่าวถึงในกระดาษหนังแกะ…"อกนกพิราบย่าง"
เธอส่งสายตาให้เสิ่นชิงหราน
เมื่อสาวใช้ที่ถือถาดเดินขึ้นมาถึงบันได
เสิ่นชิงหรานก็ยื่นมือออกไปอย่างสุภาพเพื่อรั้งเธอไว้
เจียงไหลก้าวขึ้นไปสองก้าว ก่อนตัดสินใจถามอีกเรื่องก่อน
“ขอถามหน่อยค่ะ”
เธอหยุดครู่หนึ่ง น้ำเสียงนุ่มนวล
“ถ้าพวกเราจะลงจากที่นี่ไป"ห้องจัดเลี้ยง"ต้องระวังอะไรบ้างคะ?”
ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นคำถามเดียว แต่แท้จริงมีสองข้อ
