ทันทีที่พูดจบ เจียงไหลก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า
พื้นทรายด้านหลังเริ่มขยับไหวรุนแรงขึ้น
ราวกับคลื่นทะเลซัดกระหน่ำซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
เพียงแต่ทะเลซัดฟองคลื่นขึ้นมา
ส่วนที่นี่กลับซัดคลื่นความร้อนแผดเผาขึ้นมาแทน
เจียงไหลหันกลับไปมองแวบหนึ่ง แล้วอุทานว่า
“เชี่ย”
“นี่ญาติของนางเงือกน้อยเหรอ มนุษย์เงือกตัวน้อยหรือไง?!”
เจ้าตัวที่โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นทรายเผยรูปร่างออกมาจนหมดแล้ว
เกล็ดสีเทาอมเขียวปกคลุมทั่วร่าง ร่องเหงือกสองข้างลำคอขยับเปิดปิด
ดวงตาสองข้างไร้เปลือกตาจ้องมองเจียงไหลนิ่ง ๆ
ในดวงตาคู่นั้นมืดลึก ราวกับผืนน้ำนิ่งไร้ระลอก
หัวของมันเป็นหัวปลาขนาดมหึมา
แต่ใต้หัวปลากลับเป็นร่างกายของมนุษย์
ที่น่าพูดถึงคือ มันมีมารยาทพอจะสวมเสื้อผ้า
เป็นเสื้อคลุมยาวที่ถักทอจากเกล็ดปลาและต้นอ้อ
ชายเสื้อมีทรายละเอียดไหลหยดลงมาไม่ขาดสาย ราวกับธารน้ำเล็ก ๆ
ขณะที่เจียงไหลมองไปทางมัน
เหนือศีรษะของมันก็ปรากฏข้อความบรรทัดหนึ่ง
"อัปคัลลู"
นั่นคือชื่อของมัน
ขมับของเจียงไหลเต้นตุบ ๆ สองครั้ง
ข้อมูลส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับมันพลันผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ไหลไหล ในประเพณีของซูเมอร์และอัคคัด อัปคัลลูเป็นคนรับใช้กึ่งเทพของเอ็นกิ เทพแห่งสายน้ำและปัญญา”
“พวกเขามาจากทะเลน้ำจืดใต้พิภพแห่ง ‘อัปซู’ มักถูกวาดให้มีหัวเป็นปลา ร่างเป็นมนุษย์ หรือสวมเสื้อคลุมเกล็ดปลา เป็นปราชญ์ผู้รอบรู้”
“ตำนานเล่าว่าพวกเขาเป็นผู้ถ่ายทอดอักษร กฎหมาย เกษตรกรรม สถาปัตยกรรม และความรู้เรื่องดวงดาวให้แก่มนุษย์”
