ชั่วขณะที่"ราชา"เอ่ยปาก
เจียงไหลก็เห็น"องครักษ์"ที่อยู่ด้านหลังติงอวี่หยุดชะงัก
กรงเล็บสีดำคมกริบซึ่งเดิมกำลังพันรอบคออีกฝ่ายก็หดกลับไป
ชั่วขณะนั้น ไม่มีใครขยับเขยื้อน
ทั้งสิบคนเงียบกริบราวไก่
กระทั่ง"ราชา"โบกมือ "องครักษ์"ตนนั้นก็หายวับไปในอากาศอย่างเงียบงัน
สีหน้าตึงเครียดของติงอวี่จึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เขาหอบหายใจแรงสองครั้ง ก่อนทรุดนั่งกลับลงไปอย่างโล่งอก
จิ๊
เจียงไหลเท้าคางด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวายังคงถือแก้วเหล้าอยู่
ไม่ใช่ว่าเธอตัดสินคนจากรูปลักษณ์หรอกนะ
แต่"ราชา"คนนี้ดูยังไงก็ไม่ชอบมาพากล
แม้แต่"องครักษ์"ที่เห็นชัดว่าไม่ใช่มนุษย์ก็ยังเชื่อฟังเขา
นี่ถึงกับใจดีช่วยผู้เล่นที่ทำผิดกฎด้วยหรือไง?
มองยังไงเจียงไหลก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ
จากนั้น"ราชา"ที่ยิ้มตามมารยาทก็แสยะยิ้มให้ติงอวี่
“ลุกจากที่นั่งถือเป็นการเสียมารยาท”
“แต่ผู้พิทักษ์ท่านนี้คงไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนั้น”
“ครั้งนี้จะไม่เอาความก็แล้วกัน”
“คราวหน้าก็ระวังให้ดี”
แม้จะพูดเช่นนั้น
แต่ท่าทีของ"ราชา"กลับเรียกได้ว่า “อ่อนโยนเป็นมิตร” เสียด้วยซ้ำ
คราวนี้ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หรือเพราะติงอวี่เป็น"ผู้รายงานผลการปฏิบัติงาน"ของวันนี้ จึงได้รับความคุ้มครองจาก"ราชา"?
เจียงไหลทบทวนกฎในหัวซ้ำไปซ้ำมา
มีอยู่ข้อหนึ่งที่เธอยังไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า...