เจียงอวี้ไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาหลังเลนส์แว่นไหววูบ “คุณรู้ได้ยังไง?”
เวินหร่วนกำผ้าห่มแน่น ปลายนิ้วจิกลงไปจนข้อนิ้วซีด ราวกับมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก
“วั่นซิงเล่าให้คุณฟังเหรอ?”
คนที่รู้ว่าเขาเคยมีเลือดออกในกระเพาะมีอยู่ไม่กี่คน นอกจากเธอแล้ว เขาก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นใครได้อีก
“อืม” เวินหร่วนก้มหน้าลง
เจียงอวี้ไป๋อธิบายเสียงต่ำ “เมื่อสองปีก่อน ผมกับเธอไปประจำที่สถานทูตต่างประเทศด้วยกัน งานค่อนข้างยุ่ง ประกอบกับอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานานและกินอาหารไม่เป็นเวลา เลยทำให้เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะเฉียบพลัน คืนนั้นเธออยู่ที่นั่นพอดี จึงพาผมไปโรงพยาบาล”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือความรู้สึกอื่นใด ราวกับกำลังเล่าเรื่องธรรมดาทั่วไป
ทว่าเวินหร่วนกลับยิ่งรู้สึกชัดเจนว่า เธอไม่มีทางแทรกเข้าไปในเรื่องราวระหว่างเจียงอวี้ไป๋กับเจียงวั่นซิงได้เลย
เวินหร่วนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะถามว่าเพราะอะไร
แววตาของเจียงอวี้ไป๋ไหววูบ เขาลองหยั่งเชิง “คุณเป็นห่วงผมเหรอ?”
เวินหร่วนถูกเขาพูดแทงใจดำ จึงหลบสายตาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ก่อนถามเสียงอู้อี้ “ตอนนี้กระเพาะคุณเป็นยังไงบ้าง?”
เธอรู้แค่ว่าปกติเขาชอบกินอาหารรสอ่อน แต่กลับมองข้ามไปว่า บางทีอาจเป็นเพราะกระเพาะไม่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมในการกิน
แล้วตอนนั้นเขายังกินเผ็ดขนาดนั้นได้ยังไง!
ริมฝีปากบางของเจียงอวี้ไป๋ยกขึ้นเล็กน้อย “ไม่เป็นไรแล้ว”
เขาถอดแว่นวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วบีบสันจมูกเบา ๆ “หลังจากครั้งนั้น ผมก็ตรวจสุขภาพตามกำหนดทุกปี ผลตรวจทุกอย่างปกติดี ไม่ต้องเป็นห่วง”
