เวินปั๋วเหวินโกรธจนขบฟันแน่น ตะโกนถามเสียงลั่น “ฉันถามว่าแกเป็นคนตบใช่ไหม! แกมีสิทธิ์อะไรไปตบแม่ฉัน!”
คำพูดนั้นทำให้เวินช่าวคังโกรธจัด เขายกมือตบหน้าเวินปั๋วเหวินฉาดหนึ่ง
เพี๊ยะ!
เสียงดังชัดเจน มุมปากของเวินปั๋วเหวินแตกเป็นแผลเลือดซึมทันที
เขาก้มมองรอยเลือดสีแดงฉานบนหลังมือ เลือดขึ้นหน้า ก่อนพุ่งเข้าใส่เวินช่าวคังทั้งตัว
ทั้งสองคนตะลุมบอนกันตั้งแต่ตรงบันไดไปจนถึงโถงทางเข้า
เจ้าซิ่วยหวินตกใจ ไม่คิดว่าทั้งคู่จะลงไม้ลงมือกันจริง ๆ
เธอรีบเข้าไปห้าม ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!”
เธอพุ่งเข้าไปหวังจะแยกทั้งสองคนออกจากกัน แต่ตอนนั้นเวินช่าวคังกำลังต่อสู้กับเวินปั๋วเหวินอย่างดุเดือด จึงสะบัดมือออกไปโดยไม่ตั้งใจ
จังหวะนั้นเอง มือของเขาผลักเจ้าซิ่วยหวินกระเด็น เธอเสียหลักเซถอยหลัง ท้ายทอยกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะหินอ่อนตรงโถงทางเข้าอย่างแรง
ปัง—!
เสียงทึบดังขึ้น
ร่างของเจ้าซิ่วยหวินอ่อนยวบ ไถลลงไปกองอยู่บนพื้นกระเบื้อง ไม่ขยับเขยื้อน
เวินปั๋วเหวินได้สติขึ้นมาทันที เมื่อหันไปเห็นเจ้าซิ่วยหวินหลับตาแน่น และเลือดสีแดงคล้ำกำลังค่อย ๆ ซึมแผ่บนพื้น
รูม่านตาของเขาหดวูบ “แม่—!”
เวินช่าวคังจ้องเจ้าซิ่วยหวินที่หมดสติไปอย่างเหม่อลอย ความมึนงงจากอาการเมาค้างพลันสลายไปกว่าครึ่ง
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเค้นเสียงออกมาได้สองคำ “ซิ่วยหวิน...”
เวินปั๋วเหวินหันขวับไปจ้องเขา ดวงตาแดงก่ำ ตะโกนเสียงแหบ “ไสหัวไป! ออกไปให้พ้น!”
เขาลนลานควักโทรศัพท์ออกมาโทรเรียกรถพยาบาล
