ทั้งสองสบตากัน แล้วพูดขึ้นพร้อมกันว่า “พละกำลังเหนือมนุษย์แต่กำเนิดงั้นเหรอ?!”
พอคำพูดนี้ดังออกมา ทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบอันชวนประหลาด
ผ่านไปครู่ใหญ่ หยางฮุยถึงได้สติ เขาส่ายหน้าด้วยความอิจฉาและเสียดาย
“น่าเสียดายจริง ๆ …ทำไมถึงเป็นทหารหญิงนะ?”
ส่วนเว่ยซวนกลับมีความเห็นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ยุคสมัยกำลังพัฒนา แนวคิดของพวกเขาก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นกัน
“ไม่มีอะไรน่าเสียดายหรอก ก่อนอื่นเธอก็เป็นทหารคนหนึ่ง! ขอแค่ฝึกฝนอย่างเหมาะสม ก็ไม่ด้อยไปกว่าทหารชายแน่นอน!”
หยางฮุยคิดดูแล้ว ก็เห็นว่าเป็นเหตุเป็นผล
เพียงแต่ถ้าเปลี่ยนเป็นทหารชาย ไม่แน่ว่าอาจได้เข้าไปอยู่ในหน่วยรบลับนั้น แล้วก้าวหน้าไปอีกขั้น
แต่หน่วยนั้นไม่รับทหารหญิง เฮ้อ…
บนลานฝึก หลิวชิงเหอพยายามต่อต้านแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงทำได้แค่ตบมือเพื่อขอยุติการต่อสู้
“ฉันยอมแพ้”
ฉีจินเยว่รีบดึงเขาขึ้นมา พร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ “ยอมให้แล้วกัน ที่จริงฉันเอาชนะด้วยลูกเล่นน่ะ”
หลิวชิงเหอโบกมือ “แพ้ก็คือแพ้ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถของเธออยู่แล้ว”
จากนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกายวาววับ จ้องฉีจินเยว่เขม็ง พลางโบกไม้โบกมือ “เธอ…เอ่อ พละกำลังนั่นเป็นมาตั้งแต่เกิดเหรอ?”
เห็นว่าเขาไม่ได้โกรธ ฉีจินเยว่จึงยิ้มอย่างผ่อนคลาย “หมายถึงแรงของฉันเหรอ?”
“อือ ใช่”
“ใช่แล้ว เป็นมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เด็กฉันก็มีแรงมากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย”
หลิวชิงเหอตาเป็นประกาย “ว้าว เท่เกินไปแล้ว!”
ถึงเขาจะฝึกจนมีพละกำลังเพิ่มขึ้น แต่ก็เทียบกับคนมีพรสวรรค์อย่างฉีจินเยว่ไม่ได้เลย
เหล่าทหารที่อยู่ตรงนั้นก็ไม่ใช่คนโง่ ตอนนี้พวกเขาต่างสังเกตเห็นความผิดปกติของฉีจินเยว่แล้ว
ทุกคนจึงกรูกันเข้ามาทันที ร้องเรียกอยากเห็นพละกำลังมหาศาลของฉีจินเยว่กับตาตัวเอง
