“แค่ก ๆ ๆ”
หมายเลข 79 สำลักเข้าไป จนไอโขลกไม่หยุด
ฉีจินเยว่พูดไม่ออก ไม่สนใจเธอ กลับดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วมองไปยังทิศทางที่เสียงปืนดังขึ้นอย่างระแวดระวัง
ฟังจากเสียงปืนแล้ว ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล!
ไม่รู้เพราะอะไร ในใจเธอถึงรู้สึกไม่ดีอยู่ลึก ๆ
ฉีจินเยว่เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองมาโดยตลอด ไม่อย่างนั้นชาติที่แล้วเธอจะลงมือฆ่าผู้ชายสารเลวคนนั้นด้วยตัวเองได้อย่างไร?
เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบบอกหมายเลข 79 ที่เพิ่งฟื้นตัวว่า “รีบไป!”
หมายเลข 79 เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเธอ ก็รีบลุกขึ้นทันทีแล้วเดินตามฉีจินเยว่ไปอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เงาดำร่างหนึ่งร่อนลงพื้น ก้มตัวสังเกตอยู่หลายวินาที “นกอินทรีดำ มีมือใหม่สองคนกำลังมุ่งหน้าไปทางนาย”
“วางใจเถอะ วงล้อมก่อตัวเสร็จแล้ว พวกเธอหนีไม่รอดหรอก”
เสียงในหูฟังแฝงความดูแคลนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยแซวเขาอีกสองสามประโยค
“นกฮูกยามราตรี ทางนายเกิดอะไรขึ้น? ถูกจับได้หรือไง? ถึงกับยิงปืนเลยเหรอ? ฉันว่านายกลับหน่วยไปคงโดนหัวหน้าทีมเพิ่มเวลาฝึกแน่ ๆ...”
นกฮูกยามราตรีนึกถึงคำสั่งของหัวหน้าทีมที่กำชับว่าอย่าให้ใครจับได้ ก็รู้สึกผิดจนกระดากใจ เขาลูบปลายจมูกอย่างกระอักกระอ่วน แล้วพึมพำเบา ๆ “ก็แค่เผลอประมาทไปหน่อยน่ะ”
เป้าหมายของหน่วยรบพิเศษอินทรีดำคือจัดการทหารใหม่ทุกคนอย่างเงียบเชียบ
ถึงเมื่อครู่จะถูกทหารใหม่คนหนึ่งจับได้จนต้องยิงปืน แต่ในการแข่งขันคัดออกก็มีเสียงปืนอยู่แล้ว พวกมือใหม่เหล่านั้นคงไม่รู้ตัวหรอกมั้ง...
“กลับไปเพิ่มเวลาฝึก”
ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น เสียงเย็นชาของหัวหน้าทีม อินทรีราชัน ก็ดังขึ้นจากหูฟัง
นกฮูกยามราตรีชะงักไป ก่อนตอบกลับอย่างหมดอาลัยตายอยาก “รับทราบ”
