“หมายความว่ายังไง?” เหอยฺวี่กับเฉิงเจ๋อตงเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ฉีจินเยว่กำลังจะอธิบาย จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในหู
เป็นเสียงแผ่วเบาของใครบางคนเหยียบกิ่งไม้แห้งหัก!
ใกล้เข้ามาแล้ว!
ฉีจินเยว่ขมวดคิ้ว พลันยกมือส่งสัญญาณให้เหอยฺวี่กับเฉิงเจ๋อตงตรงหน้าเงียบเสียง
‘หาที่ซ่อนให้ดี อย่าส่งเสียง’
เธอขยับปากโดยไร้สุ้มเสียง
เหอยฺวี่กับเฉิงเจ๋อตงกลั้นหายใจทันที แล้วรีบพยักหน้าหงึก ๆ อย่างหนักแน่น
ทั้งสองเลือกพุ่มไม้ใกล้ตัวแล้วหมอบลง ต่างคนต่างยกมือปิดปากอีกฝ่าย ซุกตัวแนบชิดกัน
ส่วนฉีจินเยว่กลับเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์ เธออ้อมไปยังพุ่มไม้ด้านข้างและด้านหลังของพวกที่ไล่ล่า อาศัยใบไม้หนาทึบพรางตัว แล้วซุ่มโจมตี
เสียงรองเท้าบูตเหยียบชั้นใบไม้ผุกรอบแกรบดังใกล้เข้ามา เงาร่างหลายสายค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาไม้ซับซ้อน
หนึ่ง สอง สาม สี่!
ทั้งหมดสี่คน ไหล่กว้างเอวคอด ร่างกายกำยำ ทุกอิริยาบถแผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนและอำมหิต!
แวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับความเป็นความตายมานาน
ตลอดสามวันที่ฉีจินเยว่หลบหนีและซ่อนตัวจากการไล่ล่าอยู่ในป่าทึบ กลิ่นดินและกลิ่นพืชพรรณที่ติดอยู่ในป่าก็ซึมเข้าไปจนทั่วตัวเธอแล้ว
ตอนนี้เธอซ่อนอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบแห่งหนึ่ง จึงไม่ดูผิดสังเกตแม้แต่น้อย
ฉีจินเยว่ลอบนับจังหวะ เฝ้ารอโอกาสลงมือ!
แต่พวกที่ไล่ล่าทั้งสี่คนไม่รู้ตัวเลยว่าอันตรายกำลังย่างกรายเข้ามา
ชายที่เดินนำยกเท้าข้ามท่อนไม้แห้งที่ล้มขวางอยู่ แล้วก้าวเข้ามาในระยะซุ่มโจมตีของฉีจินเยว่เต็มตัว
เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ กลบเสียงขยับตัวอันแผ่วเบาของฉีจินเยว่!
