ลึกเข้าไปในป่าทึบ อากาศนิ่งงันจนชวนให้หายใจไม่ออก
ทั้งสองยืนประจันหน้ากันห่างสามเมตร สายตาคมกริบราวเหยี่ยวล็อกเป้าอยู่ที่การขยับเพียงเล็กน้อยของไหล่อีกฝ่าย
ดินใต้เท้าเป็นดินผุพังที่นุ่มและไร้เสียง ทว่าทุกครั้งที่ขยับจุดศูนย์ถ่วง เถาวัลย์รอบตัวก็สั่นไหวตามเบา ๆ
ทันใดนั้น ร่างของชายหนุ่มก็วูบไหว เขาไม่ได้พุ่งเข้าใส่ตรง ๆ แต่หมุนตัวอาศัยต้นโอ๊กใหญ่ข้างกายหลบคมการโจมตีด้านหน้า
ฉีจินเยว่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว มือซ้ายยกขึ้นปัดป้องลวงท่า ส่วนขาขวากวาดเข้าใส่ข้อเข่าของขาหลักอีกฝ่ายราวกับปลายแส้
ทว่าชายหนุ่มคาดเดาไว้ก่อนแล้ว เขาฉวยจังหวะย่อตัวลง มือทั้งสองกางออกดั่งกรงเล็บเสือ โถมเข้ารัดหวังทุ่มฉีจินเยว่ลงกับพื้น
รูม่านตาของฉีจินเยว่หดแคบ ในยามคับขัน กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่น พละกำลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในร่างพลันปะทุออกมาทั้งหมด
ร่างผอมบางระเบิดพละกำลังที่คนทั่วไปยากจะจินตนาการ มือทั้งสองจับบ่าชายหนุ่มไว้แน่นราวคีมเหล็ก กดตรึงเขาอยู่กับที่จนขยับไม่ได้!
ชายหนุ่มตกตะลึง
ผู้หญิงจะมีแรงมากขนาดนี้ได้อย่างไร?
ยังไม่ทันคิดหาคำตอบ ฉีจินเยว่ก็ฉวยโอกาสนั้น ยกเท้าขวากระแทกขึ้นอย่างแรง เลือดจากขมับพุ่งวาดเป็นเส้นโค้งสีแดงสดกลางอากาศ
“อ๊าก!!”
จุดที่เปราะบางที่สุดของชายหนุ่มถูกโจมตี พริบตาเดียวเรี่ยวแรงทั่วร่างก็หายวับ เขาร้องโหยหวนก่อนล้มลงกับพื้น มือทั้งสองกุมเป้า ร่างงอตัวเหมือนกุ้งต้ม เลือดสีแดงค่อย ๆ ซึมออกมาระหว่างมือ!
พละกำลังที่ปะทุขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ฉีจินเยว่เวียนหัวไปชั่วขณะ
เธอกัดเนื้อนุ่มในปาก ความเจ็บที่ส่งผ่านปลายประสาทช่วยให้เธอกลับมามีสติ
