“ได้เลย ฉันจะคอยจัดการให้” หลีเหยาขอบคุณที่อีกฝ่ายเตือน แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกลไกการจับคู่ของสหพันธ์นัก ไว้มีเวลาค่อยศึกษาดูอีกทีแล้วกัน
“อืม...ได้!” เสียงของอูซานซานเริ่มแหบพร่า ฟังดูเย้ายวนจนเกินบรรยาย “เงินเธอพอไหม เหยาเหยา”
หลีเหยาฟังออกว่าปลายสายมีอะไรผิดปกติ มุมปากจึงยกขึ้นเล็กน้อย “พอแล้ว!
แค่ยืมเหรียญดวงดาวของเธอไป อาจต้องรอสักพักกว่าจะคืนได้นะ”
“เราไม่ต้องเกรงใจกันหรอก
....อืม...ตอนนี้ฉันมีคู่แล้ว ทรัพย์สินของคู่ครองอยู่ในมือฉันหมด ถ้าเธอขาดเหรียญดวงดาวก็บอกฉันนะ” น้ำเสียงอูซานซานอ่อนหวานเจือความเขินอาย เธอโอนเหรียญดวงดาวหนึ่งล้านเหรียญให้หลีเหยาอีกด้วย “แต่ฉันเพิ่งมีคู่ ยังเดินทางไกลไม่ได้ รอว่างเมื่อไรจะไปหาที่ดาวเอ็กซ์99 นะ”
ในสหพันธ์ดวงดาว หลังจากหญิงกับชายจับคู่กันแล้ว ทรัพย์สินในชื่อของฝ่ายชายร้อยละ 99 จะโอนไปอยู่ในชื่อฝ่ายหญิง อูซานซานร่ำรวยมากอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนมีคู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลังจากมีคู่
หลีเหยาไม่ได้รับเงิน เธออธิบายอย่างอ่อนโยนว่า “ซานซาน ตอนนี้ฉันยังมีเหรียญดวงดาวอยู่
ฉันยกเลิกพันธะกับเว่ยหลานแล้ว เขาชดเชยให้ฉันสิบล้านเหรียญดวงดาว แต่ฉันเอาเงินไปซื้อฟาร์มแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะทำเงินได้”
“ไม่เป็นไรหรอก เหยาเหยา รับไว้เถอะ
เดือนหน้าเธอก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว ฉันไม่รู้จะซื้อของขวัญอะไรให้ เอาเงินไปซื้อของที่ชอบเองนะ” อูซานซานอายุมากกว่าหลีเหยาหนึ่งปี แม้นิสัยจะค่อนข้างห้าวหาญและซุกซน แต่ก็ใจกว้าง ตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ใจ เวลาอยู่กับหลีเหยา เธอมักวางตัวเป็นพี่สาวคนโต คอยดูแลอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
หลีเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับเงินไว้ “ก็ได้ ขอบใจนะซานซาน”
พอผักชุดนี้โตเต็มที่ เธอจะส่งให้ซานซานเพิ่มหน่อย ถือเป็นการขอบคุณแล้วกัน
หลังวางสาย ระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ก็แจ้งว่ามีแขกมาเยือน
หลีเหยาเดินออกไป เห็นชายอสูรหลายคนยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ สีหน้าเย็นชา มีทั้งคนแก่และคนหนุ่ม
เธอเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง สีหน้าเจือความสงสัย “พวกคุณมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ขอถามหน่อยครับ คุณคือคุณหลีเหยาหรือเปล่า?” ชายวัยกลางคนผมสั้นที่ยืนอยู่หน้าสุดสวมเสื้อคลุมสีเทาประณีต มีสร้อยเขี้ยวสัตว์คล้องคอ เขาเอ่ยถามหลีเหยาอย่างสุภาพพอประมาณ
หลีเหยาพยักหน้าเล็กน้อย
“สวัสดีครับ คุณหลีเหยา
พวกเราเป็นชาวอสูรจากเผ่าเทียนหลาง ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าเผ่าให้นำตัวว่าที่หัวหน้าเผ่าคนต่อไปมาส่งให้คุณ” ชายอสูรที่ดูเหมือนชายวัยกลางคนยิ้มบาง ๆ แล้วขยับตัวหลบ เผยให้เห็นชายหนุ่มนั่งอยู่บนรถเข็นด้านหลัง
“หมายความว่ายังไง?” หลีเหยาขมวดคิ้ว มองชายหนุ่มบนรถเข็น
ผมยาวสีเงินขาวของชายหนุ่มยุ่งเหยิงพาดอยู่ด้านหลัง ราวกับรังนกที่ถูกไฟไหม้ ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามมีแผลเล็ก ๆ อยู่หลายแห่ง ดวงตาถูกพันด้วยผ้าพันแผล สันจมูกโด่ง ริมฝีปากซีดจาง ลำคอก็มีบาดแผลเช่นกัน
ถัดลงมา ร่างกายของเขาถูกห่อด้วยเสื้อคลุมหลวมสีเทาเงิน เผยให้เห็นรูปร่างแข็งแรงรำไร มีโซ่ทองเส้นหนึ่งคาดเอวไว้อย่างหลวม ๆ มือทั้งสองวางอยู่บนที่วางแขนรถเข็น หลังมือเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นจาง ๆ คล้ายกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง ปลายนิ้วซีดขาวเล็กน้อย
ท่อนล่างถูกคลุมด้วยผ้าห่มบาง จึงมองอะไรไม่เห็น
ม่อเทายังคงสีหน้าเรียบเฉย เขาพูดกับหลีเหยาอย่างสุภาพว่า “คนนี้คือว่าที่หัวหน้าเผ่าของพวกเรา...ไม่สิ อดีตว่าที่หัวหน้าเผ่า คู่หมั้นของคุณ ชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งครับ
ชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งลอบเข้าไปในป่าอสูรโดยพลการ ถือว่าฝ่าฝืนกฎเผ่า
หัวหน้าเผ่าจึงขับไล่เขาออกจากเผ่าเทียนหลาง
แต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บ ไม่มีที่ไป พวกเราเลยต้องส่งเขามาที่นี่”
หลีเหยามองสภาพบาดเจ็บของชายหนุ่มแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง “ทำไมต้องส่งเขามาที่นี่ด้วย?”
มาเร็วเกินไปแล้ว
ยากจะไม่คิดว่าพวกเขาจงใจเล่นงานเธอ
“เพราะชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งเป็นคู่หมั้นของคุณ อนาคตของเขาจึงเป็นของคุณ
เดือนหน้าคุณหลีเหยาก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ถึงตอนนั้นก็จับคู่กับชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งได้
เขาจะดูแลคุณอย่างดีครับ” ม่อเทายืดหลังตรง ขณะมองสำรวจหลีเหยาไปด้วยก็ยิ้มขอร้องเธอ
ใครจะดูแลใครก็ยังไม่รู้เลย
หลีเหยากวาดตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนถามอย่างลังเล “ขาเขาเป็นอะไร?”
“อ้อ ขาของชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งหักครับ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกไม่นานก็หาย” ม่อเทาอธิบายเรียบ ๆ
ม่อเสวี่ยอิ่งรีบพูดตาม น้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์ไพเราะน่าฟัง “คุณหลีเหยา ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะหายดีเร็ว ๆ นี้ ไม่เป็นภาระให้คุณแน่นอน
ขอร้อง อย่าไล่ผมไปเลย!”
“ดวงตาของนายยังรักษาให้หายได้ไหม?” หลีเหยาก้มตาลง ราวกับกำลังจ้องต้นขาของเขา ทว่าประกายในดวงตากลับวูบไหวอย่างมีเลศนัย เธอแสร้งถามด้วยความเป็นห่วง
ม่อเสวี่ยอิ่งเม้มปาก มือทั้งสองกำที่วางแขนรถเข็นแน่นจนแทบทำให้มันบิดเบี้ยว สีหน้าดูเจ็บปวดอย่างมาก
เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไร
ม่อเทากระแอม ก่อนหยิบบัตรใบหนึ่งออกมาจากช่องเก็บของส่วนตัว “คุณหลีเหยา ถ้าไปดาวศูนย์กลางแล้วหาผู้มีพลังพิเศษธาตุไม้มารักษาชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่ง ดวงตาของเขาน่าจะหายได้ครับ
แต่เรื่องนี้คงต้องรบกวนคุณแล้ว
ดูท่าคุณจะเป็นคนใจดี
ในบัตรนี้มีเหรียญดวงดาวหนึ่งแสนเหรียญ เป็นเงินที่แม่ของชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งฝากมาให้คุณ
ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดของชายอสูรม่อเสวี่ยอิ่งถูกหัวหน้าเผ่ายึดไปแล้ว หวังว่าคุณจะเข้าใจ”
“.....” น่าสงสารจริง ๆ
แต่เธอดันชอบผู้ชายหล่อแกร่งที่ชีวิตรันทดนี่สิ
หลีเหยารับบัตรมา มุมปากยกเป็นรอยยิ้ม ก่อนมองชายอสูรหนุ่มที่แผ่บรรยากาศหดหู่ไปทั่วร่าง “ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลเขาให้ดี”
แววไม่อยากเชื่อวาบผ่านดวงตาของม่อเทา
แบบนี้ถูกแล้วเหรอ?
ไม่ใช่ว่าหลีเหยาเห็นแก่ตัวและร้ายกาจหรอกหรือ? นึกไม่ถึงเลยว่า....
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากครับ” ม่อเทาไม่ลังเล ส่งม่อเสวี่ยอิ่งให้เธอทันทีแล้วหันหลังเดินจากไป
หลีเหยาพาม่อเสวี่ยอิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ จากนั้นก็...ยึดคอมพิวเตอร์พกพากับช่องเก็บของส่วนตัวของเขาไว้ “ต่อไปนายพักที่ห้องนี้ชั้นล่าง ในบ้านมีหุ่นยนต์ อยากสั่งให้ทำอะไรก็ได้ตามสบาย”
“....ทำไมถึงเอาคอมพิวเตอร์พกพาของผมไปล่ะ คุณหลีเหยา?” ม่อเสวี่ยอิ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ได้กลิ่นไม้ผุพัง แต่กลิ่นที่ชัดกว่าคือกลิ่นหอมของดอกไม้ คล้ายกุหลาบ หรือไม่ก็...ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน หอมลอยมาใกล้บ้างไกลบ้าง ราวกับความฝัน
หลีเหยาโน้มตัวลง ลูบแก้มซูบซีดของเขาอย่างเห็นอกเห็นใจและห่วงใย “ก็กลัวว่านายจะเห็นข้อความด่าบนคอมพิวเตอร์แล้วพักผ่อนไม่พอ จนฟื้นตัวช้าลงไง
ส่วนช่องเก็บของน่ะ นายเดินเหินไม่สะดวก เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์พอดีเราขายแลกเหรียญดวงดาวได้ นายก็รู้นี่ว่าตอนนี้ฉันเป็นหนี้ก้อนโต!
หวังว่านายจะเข้าใจฉันเหมือนกันนะ”
อยู่ที่นี่ดี ๆ ล่ะ ของรักของหวงของเธอ
เธอกำลังกังวลว่าเดือนหน้าเทพอสูรจะไม่ส่งอาหารมาส่งถึงบ้านอยู่พอดี ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีอสูรมาส่งตัวเองถึงที่
“...แน่นอนครับ!” ร่างม่อเสวี่ยอิ่งแข็งทื่อ แต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ
หอมจัง ไม่นึกเลยว่ากลิ่นกายของหลีเหยาจะหอมขนาดนี้
มือของเธอก็อบอุ่นและนุ่มนวลมาก....
เดี๋ยวก่อน เขามาที่นี่ทำไมกัน แล้วทำไมถึงชมหลีเหยาขึ้นมาได้ล่ะ
แย่แล้ว แก่นอสูรที่เขาได้มาจากการฆ่าอสูรยังอยู่ในช่องเก็บของ
ห้องชั้นล่างของคฤหาสน์มีขนาดไม่เล็ก ตกแต่งอย่างอบอุ่น แต่ม่อเสวี่ยอิ่งที่เคยชินกับการอยู่ในคฤหาสน์หรูหราจะทนได้อย่างไร “คุณหลีเหยา ห้องนี้ดูเรียบง่ายเกินไป ผม...ผมขอเปลี่ยนห้องได้ไหมครับ?
แล้วก็หมอนนี่ ผมชอบขนกระเรียนเหิน ส่วนผ้าห่มต้องทอจากใยไหมจักจั่นน้ำแข็ง คุณเปลี่ยนให้ผมได้ไหมครับ?
แล้วก็เครื่องหอม ผมชอบกลิ่นกล้วยไม้ฝันเก้าชั้น ไม่อย่างนั้นกลางคืนผมนอนไม่หลับครับ”
หลีเหยามองเขา กอดอกพิงขอบหน้าต่าง ด้านนอกมีแปลงผักเขียวชอุ่ม “ถึงยังไงนายก็ตาบอดแล้ว มองอะไรไม่เห็นอยู่ดี
ก็จินตนาการเอาเองสิ ว่าห้องนี้เหมือนกับที่ที่นายเคยอยู่ทุกอย่าง”
เธอเองก็อยากได้ของพวกนี้เหมือนกันนะ
