พอเปิดเทปบันทึกเสียงจบ จี้เฉินก็โพล่งขึ้นอย่างเดือดดาลว่า “ของปลอม! พวกคุณปลอมแปลงขึ้นมาเอง ผมไม่เคยพูดคำพวกนั้นเลย!”
“ปลอมแปลง?” เซียวหลิ่นยกมุมปากเยาะเย้ย ก่อนโยนรายงานผลการตรวจพิสูจน์ลงตรงหน้าจี้เฉิน “ฝ่ายเทคนิคเปรียบเทียบลายเสียงแล้ว เสียงในเครื่องบันทึกเสียงนี้เป็นเสียงของคุณร้อยเปอร์เซ็นต์!”
ร่างของจี้เฉินโงนเงน ราวกับมีเข็มขนาดยักษ์มาดูดเรี่ยวแรงทั้งหมดออกไปจากร่าง
เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นซับซ้อน
เซียวหลิ่นลุกขึ้นยืน ฝ่ามือใหญ่เรียวยาวยันโต๊ะไว้ แววตาคมกริบราวคมมีดกวาดมองจี้เฉิน “หลินเสี่ยวเฉียวถูกพวกคุณขังไว้ในห้องใต้ดิน ไม่เพียงถูกบังคับให้แต่งเพลงให้คุณ ยังถูกพวกคุณทารุณกรรมทางเพศ สุดท้ายยังถูกขังจนอดตายทั้งเป็น คุณคือฆาตกรที่ทำให้หลินเสี่ยวเฉียวตาย!”
“ไม่ใช่ผม!” จี้เฉินจ้องเซียวหลิ่นด้วยดวงตาแดงก่ำ อกกระเพื่อมอย่างรุนแรง เสียงพลันสูงขึ้น “คนที่ทำให้หลินเสี่ยวเฉียวตายคือลุงผม! ลุงผมถูกรถชนตายไปตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว ถ้าพวกคุณแน่จริงก็ไปตามหาเขาที่ปรโลกสิ!”
“ถึงคนที่ทำให้หลินเสี่ยวเฉียวตายเป็นคนสุดท้ายจะเป็นลุงของคุณ แต่คุณก็มีความผิดร้ายแรงหลายกระทง หนึ่ง ความผิดฐานทำร้ายร่างกายโดยเจตนา คุณต้องการควบคุมหลินเสี่ยวเฉียวและยึดความสามารถของเธอไว้ จึงยุยงให้ลุงของคุณทำลายเสียงของเธอ สอง ความผิดฐานยุยงส่งเสริม คุณทำให้หลินเสี่ยวเฉียวต้องเป็นของเล่นของลุงคุณ ทั้งยังถูกกักขัง สาม ความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา คุณรู้ดีว่าการกักขังและทารุณกรรมของลุงคุณทำให้หลินเสี่ยวเฉียวตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต แต่กลับปล่อยให้เรื่องเกิดขึ้น จนท้ายที่สุดหลินเสี่ยวเฉียวต้องเสียชีวิต คุณจึงเป็นผู้ยุยงในความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา สี่ ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ คุณใช้การรื้อถอนสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าข่มขู่หลินเสี่ยวเฉียว บังคับให้เธอแต่งเพลงให้คุณต่อไป ทั้งยังแจ้งความสถานสงเคราะห์อย่างมุ่งร้ายอีกด้วย”
ใบหน้าจี้เฉินซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก “ผมต้องการพบทนายของผม”
