ปิดไฟลง ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืด
บรรยากาศเงียบจนน่าขนลุก
เย่หยุนถังซุกใบหน้าลงในผ้าห่ม ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสดชื่นชวนดมของผู้ชาย
เป็นกลิ่นกายของเซียวหลิ่น
เธอเคยคิดว่าเขาทำงานยุ่งมาก คงไม่ค่อยใส่ใจเรื่องความสะอาดส่วนตัว
ไม่คิดเลยว่าเครื่องนอนของเขาจะสะอาดสดชื่น แถมยังมีกลิ่นน้ำยาซักผ้าจาง ๆ
ข้างนอกมีเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยงต่อเนื่องกัน
นิ้วมือของเย่หยุนถังที่กำผ้าห่มไว้ค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้น
ชายหนุ่มที่นอนปูพื้นอยู่หลับไปหรือยังไม่รู้ เย่หยุนถังค่อย ๆ โผล่ใบหน้าออกจากผ้าห่ม “หัวหน้าเซียว ฉันอยากกอดคุณ คุณมานอนบนเตียงได้ไหม”
ชายหนุ่มบนที่นอนปูพื้นตอบว่า “หุบปาก นอนซะ”
ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง
แต่ไม่นาน หญิงสาวก็ลุกจากเตียง เดินตรงไปยังที่นอนปูพื้นของเขา
เธอมุดเข้าไปในผ้าห่มของเขา
เซียวหลิ่นเพิ่งยื่นมือจะหิ้วหญิงสาวออกไป เธอก็โอบเอวสอบกระชับของเขาไว้ด้วยสองมือเสียก่อน
“อย่าผลักฉันออกไป”
ริมฝีปากของเย่หยุนถังสั่นระริก “สองปีก่อน พี่สาวฉันแอบกลับมาร่วมงานแต่งงานของฉัน แต่ดันถูกพวกคนร้ายที่สงสัยตัวตนของเธอตามรอย พวกมันรุมข่มขืนเธอ แล้วยังโยนศพทิ้งไว้กลางป่าเหมือนขยะ”
เย่หยุนถังซบหน้าลงกับอกของชายหนุ่ม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยท่ามกลางความมืด “พี่สาวฉันเป็นตำรวจสายลับ ถ้าไม่ใช่เพราะกลับมาเพื่อเอาของขวัญแต่งงานมาให้ฉัน เธอก็คงไม่ถูกจับตามอง คนพวกนั้นโหดเหี้ยมมาก ยอมฆ่าผิดดีกว่าปล่อยให้คนที่น่าสงสัยรอดไปแม้แต่คนเดียว...”
เซียวหลิ่นรู้สึกถึงความเปียกชื้นอุ่น ๆ ที่ซึมเข้ามาบนอก
มือที่ยกขึ้นหมายจะผลักหญิงสาวออกไปแต่แรก กลับค่อย ๆ ตบไหล่เธอเบา ๆ
“องค์กรอาชญากรนั้นยังถูกกวาดล้างไม่หมด ที่จริงฉันยื่นเรื่องขอทำภารกิจสายลับกับผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว แต่คุณสมบัติของฉันยังไม่ถึง ผู้บังคับบัญชาบอกว่าต้องฝึกฝนอีกสักปีหรือปีครึ่ง แล้วค่อยเข้ารับการฝึกเฉพาะทางสำหรับสายลับ”
