แต่จุดที่น่าสงสัยคือ เซวี่ยไป่เหนียน สามีของเจียงหนิง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่มีบันทึกการเดินทางออกนอกประเทศไปเยี่ยมภรรยาที่ไปรักษาตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เซียวหลิ่นส่งข้อมูลของเจียงหนิงที่ขอมาจากชุมชนให้เย่หยุนถัง “รบกวนช่วยตรวจสอบลักษณะฟันและรูปทรงกระดูกเชิงกรานของผู้เสียชีวิต ว่าตรงกับของเจียงหนิงหรือไม่”
เย่หยุนถังพยักหน้า “ได้”
ช่วงบ่าย
เย่หยุนถังยื่นผลตรวจให้เซียวหลิ่น “ยืนยันได้เกือบแน่นอนว่าผู้เสียชีวิตคือเจียงหนิง”
เมื่อเซียวหลิ่นกับเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนอาชญากรรมได้ยินผลดังกล่าว ทุกคนต่างก็โล่งอก
การระบุตัวผู้เสียชีวิตได้ หมายความว่าการสืบสวนมีทิศทางที่ชัดเจน ไม่ใช่คดีศพเน่าไร้ชื่ออีกต่อไป
“ทุกคนเข้าประชุม!” เซียวหลิ่นสั่งเสียงเข้ม
ห้องประชุมของหน่วยสืบสวนอาชญากรรม
เย่หยุนถังเข้าร่วมประชุมด้วย
บนจอขนาดใหญ่เป็นภาพถ่ายของเจียงหนิง ผู้เสียชีวิต
เจียงหนิง เพศหญิง อายุสี่สิบสองปี เป็นอาจารย์สอนศิลปะที่มหาวิทยาลัยเย่เฉิง
เมื่อสามปีก่อน เจียงหนิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับพ่อแม่ พ่อแม่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเจียงหนิงเส้นเอ็นที่ข้อมือฉีกขาด ทำให้สูญเสียความสามารถในการวาดภาพ
ข้อมูลเข้าออกประเทศแสดงว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนเธอซื้อตั๋วเดินทางไปต่างประเทศและมีข้อมูลการขึ้นเครื่อง แต่เมื่อนำมาเทียบกับเวลาการเสียชีวิตที่ประเมินจากการชันสูตร เธออาจเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายและไม่ได้ขึ้นเครื่อง
เซวี่ยไป่เหนียน สามีของเจียงหนิง ก็เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเย่เฉิงเช่นกัน เจียงหนิงไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งยังหายตัวไปนานถึงหนึ่งปี แต่เซวี่ยไป่เหนียนในฐานะสามีกลับไม่ได้แจ้งความ อีกทั้งบัญชีโซเชียลของเจียงหนิงยังอัปเดตทุกสองสามวัน คนเดียวที่จะได้โทรศัพท์ของเธอไปก็คือฆาตกรที่สังหารเธอ
