เซียวหลิ่นเม้มริมฝีปากบางแน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นจนฟังไม่ออกว่ามีอารมณ์ใด “สอบถามตามขั้นตอนปกติ คดีรถชนของลุงคุณเมื่อสองปีก่อนมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องตรวจสอบใหม่”
จี้เฉินชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้ว “คดีรถชนปิดไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ คนร้ายตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เขาคิดสั้น อยากแก้แค้นสังคม ลุงผมเลยบังเอิญกลายเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ ได้ยินว่าต่อมาอาการของคนร้ายทรุดลงในคุก ไม่กี่เดือนก็เสียชีวิต”
เซียวหลิ่นตอบ “ทบทวนคดีเก่า เป็นขั้นตอนปกติ”
จี้เฉินพยักหน้า “เจ้าหน้าที่มีอะไรอยากถามไหมครับ”
เซียวหลิ่นพลิกดูสำนวนในมือ “ตอนลุงคุณเช่าบ้านพักตากอากาศ มีใครที่เขาสนิทสนมด้วยเป็นพิเศษไหม”
“ไม่มีครับ ลุงเป็นคนเก็บตัว ชอบอยู่คนเดียว”
หลังสอบถามเรื่องต่าง ๆ จากจี้เฉินแล้ว เซียวหลิ่นก็ไปส่งเขาออกจากสถานีตำรวจ
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเปิดเผยว่าจี้เฉินอยู่ที่นี่ จู่ ๆ ก็มีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันหน้าสถานีตำรวจ
“พี่ชาย! พวกเรารักพี่!”
“อ๊าาา! โอปป้า!”
“ลูกแม่ แม่รักลูกนะ พักผ่อนให้เยอะ ๆ แล้วเจอกันที่คอนเสิร์ต”
มีทั้งแฟนคลับสาว ๆ และแฟนคลับวัยคุณแม่
จี้เฉินยิ้มพลางโบกมือทักทายแฟนคลับ พร้อมกำชับให้พวกเธอกลับไปพักผ่อนเร็ว ๆ
หลังจี้เฉินจากไปได้ไม่นาน เว็บไซต์ทางการของหน่วยสืบสวนอาชญากรรมก็ถูกแฟนคลับของจี้เฉินถล่มจนยับ
— ทำไมถึงเรียกพี่ชายของพวกเราไปสถานีตำรวจ! ช่วงนี้เขาทำงานติด ๆ กันจนตาแดง พวกคุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจกันบ้างเลยหรือไง
— มีเรื่องอะไรถึงพูดทางโทรศัพท์ไม่ได้ ต้องให้เขาลำบากเดินทางไปเอง คิดว่าพี่ชายของพวกเรารังแกง่ายหรือไง
— หาเรื่องใส่ตัว พวกกินเงินเดือนเปล่า
“โธ่เอ๊ย! แฟนคลับของจี้เฉินนี่คลั่งกันเกินไปแล้ว!” เฉิงเหล่ยเห็นเว็บไซต์ถูกถล่มจนตาค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
เส้นกรอบหน้าของเซียวหลิ่นตึงขึ้น “เหล่ย ปิดคอมเมนต์ซะ ไม่ต้องไปสนใจ”
