เย่หยุนถังสูดหายใจเฮือก
เธอหลับตาลงครู่หนึ่ง พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เห็นก็ยังเป็นเช็คเงินสดมูลค่ามหาศาล
เธอหันขวับไปมองเซียวหลิ่นที่กำลังขับรถ ดวงตาเบิกกว้าง ทั้งตกใจทั้งทำตัวไม่ถูก “เซียวหลิ่น พี่ชายคนโตของคุณให้ตั๋วคอนเสิร์ตชือวั่งฉัน แถมยังให้เช็คเงินสด 1.08 ล้าน นี่...นี่มันมีค่ามากเกินไปหรือเปล่า?”
ตั๋วคอนเสิร์ตของชือวั่งหาซื้อยากมาก โดยเฉพาะที่นั่งวีไอพี
เธอรู้ดีว่าเซียวหลิ่นคงบอกพี่ชายของเขาว่าเธอชอบเพลงของชือวั่ง
เธอมองชายหนุ่มที่ไม่พูดอะไร แต่กลับจดจำความชอบของเธอไว้ในใจ ดวงตาคู่งามเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำบาง ๆ
“ฉันรับตั๋วไว้ แต่เช็คฉันไม่เอา เงินเยอะเกินไป”
เย่หยุนถังยื่นซองแดงคืนให้เซียวหลิ่น ทว่าเขาดันมือที่ถือซองของเธอกลับไป น้ำเสียงจริงจัง “นี่เป็นน้ำใจจากพี่ใหญ่ ไม่ใช่แค่การรักษามารยาท แต่เป็นการยอมรับเธอ”
เย่หยุนถังมองซองแดงในมือ รู้สึกว่ามันหนักอึ้งเกินไป “แต่...มันเยอะเกินไป ฉันรับของมีค่าขนาดนี้ไม่ได้”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเซียวหลิ่น เขาปลอบเสียงเบา “ไม่เยอะหรอก รับไว้เถอะ ถ้ายังรู้สึกเกรงใจจริง ๆ ตอนบ่ายเราไปเดินห้างกัน แล้วเธอซื้อเสื้อผ้าให้ฉันสักชุดดีไหม?”
เย่หยุนถังได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าแรง ๆ “ได้สิ ซื้อเสื้อผ้าให้คุณ ซื้อของที่คุณอยากได้ด้วย”
เซียวหลิ่นขับรถไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
เย่หยุนถังจูงชายหนุ่มตรงไปร้านเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์หรูทันที
เธอเลือกเสื้อโค้ตทรงสวย เนื้อผ้าดูดี สีสุขุมสง่างาม ต่อด้วยเสื้อไหมพรมสีพื้นหนึ่งตัวและกางเกงขายาวทรงเรียบที่ช่วยพรางรูปร่าง
หลังเซียวหลิ่นเข้าไปในห้องลองเสื้อ เธอก็นั่งยอง ๆ อยู่หน้าตู้เครื่องประดับ เลือกกระดุมข้อมือคู่หนึ่งที่ดีไซน์เรียบง่ายแต่ประณีต
ขณะที่กำลังจะให้พนักงานหยิบออกมาให้ดู เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น “ถังถัง”
เย่หยุนถังชะงัก คิ้วขมวดแน่นขึ้นทันที เธอเงยหน้ามอง
ชายรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทยืนอยู่ไม่ไกล คนคนนั้นคืออดีตสามีที่เธอไม่อยากพบหน้าแม้แต่น้อย ฟู่สือหลี่
เธอไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่
