รถเบนซ์คันหนึ่งจอดลง ชายหญิงคู่หนึ่งก้าวออกมาจากรถ
คนหนึ่งคือหลินหรง ลูกสาวของน้าหลิน อีกคนคือเฉินเผิง แฟนหนุ่มของหลินหรง
เฉินเผิงสูงราวร้อยหกสิบเซนติเมตร เตี้ยกว่าหลินหรงเกือบครึ่งศีรษะ ใบหน้าอวบอูม ดวงตาเล็กจนแทบมองไม่เห็น เครื่องหน้าชิดกันจนแทบเบียดเป็นกระจุก ทว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่กลับดูดี ทั้งเสื้อเชิ้ตตัดเย็บพิเศษกับกางเกงสแล็ก แถมยังมีนาฬิกาข้อมือราคาแพงอยู่บนข้อมือ
พอเห็นลูกสาวกับแฟนหนุ่มของลูก น้าหลินก็ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต
“หรงหรง รีบมานี่เร็ว แม่โดนคนตระกูลเย่รังแก!”
หลินหรงเป็นคนเอาแต่ใจอยู่แล้ว พอได้ยินว่าแม่ถูกรังแกก็พุ่งเข้ามาทันที เมื่อเห็นเย่หยุนถัง เธอก็โกรธจนแทบระเบิด “เย่หยุนถัง หย่าแล้วก็อย่ามาลงอารมณ์กับแม่ฉัน คิดว่าบ้านฉันรังแกกันง่าย ๆ หรือไง?”
พูดจบ หลินหรงก็หันไปคล้องแขนเฉินเผิง ก่อนฟ้องด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “พี่เผิง พี่ไม่ได้บอกว่าจะมาลงทุนที่เมืองเย่เฉิงเหรอคะ? ผู้นำของเมืองเย่เฉิงยังคิดจะเลี้ยงข้าวพี่ด้วยไม่ใช่หรือไง? เย่หยุนถังเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พี่ไปพูดกับผู้ใหญ่สักคำ ให้เขาถอดเย่หยุนถังออกจากตำแหน่งสิคะ”
ซ่งซวนได้ยินแล้วใจก็พลันตึงเครียด
เธอกลัวจริง ๆ ว่าแฟนหนุ่มของหลินหรงจะเล่นงาน ทำให้ลูกสาวของเธอต้องตกงาน
เมื่อเห็นสีหน้าของซ่งซวน น้าหลินก็รู้ว่าอีกฝ่ายกลัวแล้ว
น้าหลินเชิดคางขึ้น “เอาอย่างนี้แล้วกัน เย่หยุนถังตบหน้าตัวเองสักสองสามที แล้วก็ขอโทษ ฉันจะไม่เอาเรื่องพวกเธออีก”
เย่หยุนถังหัวเราะเย็นชา “คิดจะเอาผู้ใหญ่ที่มีอำนาจมาข่มขู่คนอื่นเหรอ? เสียใจด้วยนะ ฉันประพฤติตัวตรงไปตรงมา ไม่กลัวหรอก”