ชั่วขณะที่เขาก้มลงจูบ เย่หยุนถังก็รู้สึกว่าหัวใจแทบจะกระดอนขึ้นมาจุกที่คอ
เธอเบิกตากว้าง มองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ร่างบอบบางของเธอเกร็งเขม็ง
เขา... เขาบ้าไปแล้วหรือไง ทำไมยังกล้าจูบเธออีก?
สมองของเย่หยุนถังอื้ออึงไปหมด ระหว่างที่เธอกำลังเหม่อลอย ชายหนุ่มก็แง้มริมฝีปากเธอ แล้วรุกล้ำเข้ามาอย่างไม่ยั้ง
เลือดในกายของเย่หยุนถังพลุ่งขึ้นสู่ศีรษะ เธอไม่ได้ตอบรับจูบของเขา ทั้งยังยกมือดันอกเขา หวังจะผลักเขาออกไป
แต่เขากลับไม่ขยับเขยื้อน ฝ่ามือใหญ่กระชับเอวเธอ ดึงเธอเข้ามากอดแน่นยิ่งขึ้น
ในเวลาแบบนี้ เย่หยุนถังไม่มีอารมณ์จะจูบกับเขาจริง ๆ เธอประหม่าจนมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก
เมื่อเห็นว่าผลักเขาไม่ออก เธอจึงได้แต่กัดปลายลิ้นเขาอย่างแรง
ชายหนุ่มเจ็บจนต้องปล่อยเธอ
เย่หยุนถังหน้าแดง หายใจหอบเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่จ้องชายหนุ่มมีประกายชุ่มฉ่ำ “คุณตั้งใจใช่ไหม? รู้อยู่แล้วว่าฉันกลัวขนาดนั้น ยังกล้าจูบฉันอีก! ถ้าคุณปู่ย้อนกลับมาแล้วเห็นพวกเราเป็นแบบนี้จะทำยังไง?”
เซียวหลิ่นมองริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อของหญิงสาว ก่อนยกปลายนิ้วขึ้นลูบไล้เบา ๆ น้ำเสียงมั่นใจเจือความเอ็นดู “เขาไม่ขึ้นมาแล้ว”
“โธ่เอ๊ย ฉันไม่สนแล้ว” เย่หยุนถังกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ แล้วยื่นมือไปตีมือของชายหนุ่มที่กำลังลูบริมฝีปากเธอ “คุณรับปากฉันแล้วว่าเราจะไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ ฉันไม่อยากให้คุณปู่รู้ ถ้าคุณยังทำอะไรตามใจอีก ฉันโกรธจริง ๆ นะ!”
