เสี่ยวเหวยขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ
นอกจากเศษเนื้อเยื่อของน้ำรังนกแล้ว ยังมีเม็ดสีขาวนวลละเอียดมากอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเม็ดพวกนี้สัมผัสกับสารทดสอบก็ไม่ละลาย กลับเผยให้เห็นลวดลายพิเศษอย่างหนึ่ง
เย่หยุนถังหรี่ดวงตาคู่งามลง แล้วเปลี่ยนไปใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง
สุดท้ายเธอก็ได้ข้อสรุปว่า มันคือขี้ผึ้งชนิดหนึ่ง
วิธีที่ฆาตกรใช้วางยาพิษพลันผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
……
ห้องทำงานกองสืบสวน
เฉิงเหล่ยเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด “แปลกจริง ๆ คนใช้ที่เอาน้ำรังนกไปให้ก็ไม่มีพิรุธ ทั้งยังไม่มีใครเข้าใกล้ชามน้ำรังนกที่ไป่ชูเหวยดื่ม แล้วพิษเข้าไปได้ยังไง? น้ำรังนกล็อตเดียวกันก็ตรวจแล้ว ไม่มีพิษสักชาม!”
ซ่งเช่อยกมือนวดขมับอย่างปวดหัว “ผมตรวจแขกทุกคนที่ไปสวนหลังบ้านในงานเลี้ยงวันเกิดแล้ว ก็ไม่มีใครน่าสงสัย”
เซียวหลิ่นเดินเข้ามา ก่อนเอ่ยกับเฉิงเหล่ยเสียงขรึม “ดึงภาพจากกล้องวงจรปิดสวนหลังบ้านตระกูลฟู่ย้อนหลังสามวันมาหรือยัง?”
เฉิงเหล่ยพยักหน้า “ได้มาแล้ว”
เซียวหลิ่นสั่ง “เปิดขึ้นจอใหญ่”
เฉิงเหล่ยทำตาม เซียวหลิ่นลากเก้าอี้มานั่งหน้าจอใหญ่
ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏขึ้น ทว่ายังคงเห็นเพียงพนักเก้าอี้หวายที่ไป่ชูเหวยเคยนั่งริมสระว่ายน้ำแค่ครึ่งเดียว
ทั้งสามวันไม่มีภาพไหนที่เฉิงเหล่ยกับซ่งเช่อมองเห็นความผิดปกติ
“หัวหน้า ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่ครับ หรือผีเป็นคนวางยาพิษ?” เฉิงเหล่ยพูดด้วยสีหน้าหวาดผวา
ซ่งเช่อถลึงตามองเฉิงเหล่ย “บ้าชะมัด อย่าพูดเหลวไหล! พวกเราทำงานสืบสวน จะเชื่อเรื่องงมงายได้ยังไง?”
