หลังปิดร้านในช่วงบ่าย
เย่หยุนถังไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกับซ่งซวนผู้เป็นแม่
“ถังถัง ช่วงนี้สือหลี่ยุ่งมากไหม โทรเรียกเขามากินข้าวเย็นที่บ้านสิ แม่จะทำกับข้าวเพิ่มอีกสักสองสามอย่าง…”
ซ่งซวนยังพูดไม่ทันจบ หางตาก็เหลือบเห็นเงาร่างคุ้นตาเข้าเสียก่อน
“นั่นสือหลี่ไม่ใช่เหรอ”
เย่หยุนถังมองตามสายตาของซ่งซวนไป และก็เห็นฟู่สือหลี่ยืนอยู่ตรงโซนผลไม้จริง ๆ
แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ไม่ไกลนัก ไป่ชูเหวยกำลังเลือกทุเรียนอยู่
เย่หยุนถังเผลอคิดอยากดึงซ่งซวนออกไป “แม่ เราไปดูตรงโซนอาหารทะเลกันเถอะ”
ซ่งซวนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงยืนนิ่งไม่ขยับ
ไม่นานนัก หญิงสาวร่างบอบบางอรชรก็เดินเข้าไปคล้องแขนฟู่สือหลี่
สีหน้าซ่งซวนเปลี่ยนไปทันที เธอคิดจะเดินเข้าไปหา แต่เย่หยุนถังดึงเธอไว้แน่น
“แม่ อย่าเพิ่งโกรธ หนูตั้งใจว่าจะหาเวลาบอกความจริงกับแม่อยู่แล้ว” เย่หยุนถังขยับไปยืนขวางซ่งซวน บดบังสายตาไม่ให้มองฟู่สือหลี่กับไป่ชูเหวย “หนูกับฟู่สือหลี่หย่ากันแล้ว เขาจะคบกับใครก็ไม่เกี่ยวกับหนูอีกแล้ว”
ซ่งซวนขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบึ้งตึง “เขารังเกียจว่าครอบครัวเราไม่คู่ควรกับตระกูลฟู่หรือไง ตอนนี้ธุรกิจของตระกูลฟู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ พอร่ำรวยขึ้นมา ฟู่สือหลี่ก็เลยนอกใจ แล้วเขี่ยลูกทิ้งอย่างนั้นหรือ”
เย่หยุนถังลูบอกปลอบซ่งซวน “แม่คะ หย่ากับเขาแล้วหนูยังได้เงินมาแบ่งตั้งหนึ่งร้อยล้าน ไม่ขาดทุนหรอก ตอนนี้ลูกสาวแม่เป็นเศรษฐีแล้วนะ แม่อยากอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ ลูกสาวแม่ก็ซื้อให้ได้”
ซ่งซวนจะไม่รู้จักลูกสาวตัวเองได้อย่างไร ภายนอกเธออาจดูไม่สะทกสะท้าน แต่ข้างในคงเจ็บปวดมากสินะ!
เย่หยุนถังกับฟู่สือหลี่นับว่าเติบโตมาด้วยกัน ตอนที่พ่อของหยุนถังยังอยู่ ธุรกิจของครอบครัวไปได้ดีมาก ตระกูลฟู่ตั้งตัวขึ้นมาได้ก็เพราะพ่อของหยุนถังคอยสนับสนุน
ต่อมา พ่อของหยุนถังประสบเหตุจลาจลในต่างประเทศและหายสาบสูญไป ธุรกิจของครอบครัวก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองตระกูลมีสัญญาหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่แรก ตระกูลฟู่อาจกลัวคนอื่นจะครหาว่าเนรคุณ จึงยังให้ฟู่สือหลี่แต่งงานกับหยุนถัง
