เย่หยุนถังเดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่
และครั้งนี้เธอไปพร้อมกับเสิ่นเยี่ยน แพทย์นิติเวชจากเขตเมืองใหม่
ที่เมืองเล็กห่างไกลอย่างชางซื่อ เกิดคดีฆ่าหั่นศพนิรนามที่โหดเหี้ยมสะเทือนขวัญ
เมื่อสองวันก่อน กลุ่มนักเดินทางแบกเป้กลุ่มหนึ่งไปท้าทายภูเขาเฮยหลานในเมืองชางซื่อ ภูเขาแห่งนี้มีภูมิประเทศสูงชัน ป่าทึบจนแสงแดดส่องไม่ถึง แทบไม่มีผู้ใดเดินทางไป และยังเป็นภูเขารกร้างที่ไม่เคยได้รับการพัฒนา
ขณะเดินเท้ามาถึงกลางเขา จู่ ๆ ก็เกิดพายุฝนกระหน่ำ นักเดินทางคนหนึ่งลื่นไถล พลาดตกลงไปตามทางลาดโดยไม่ตั้งใจ
นักเดินทางที่กลิ้งตกลงไปตามทางลาดคนนั้นเอง เป็นผู้พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้กองหินระเกะระกะและชั้นใบไม้ผุ
หลังได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจท้องที่ก็รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ
พวกเขาค้นหาตามแนวพื้นที่ลาดชันและหุบลำธารอย่างละเอียด ก่อนจะทยอยพบชิ้นส่วนศพกระจัดกระจายอยู่ในโพรงไม้ ซอกหิน และพุ่มไม้
ศพมีชิ้นส่วนขาดหายไปมากมาย ส่วนศีรษะเพียงชิ้นเดียวที่พบถูกน้ำฝนแช่จนชุ่ม แถมยังถูกแมลงกัดกินจนใบหน้าเละจำไม่ได้
ใบหน้าถูกทำลายจนหมดสิ้น ลายนิ้วมือและตำหนิตามร่างกายก็ไม่อาจระบุได้ ชิ้นส่วนศพยังต่อกลับเข้าด้วยกันไม่ครบ แม้แต่ข้อมูลพื้นฐานที่สุดเกี่ยวกับตัวผู้ตายก็ยังยืนยันไม่ได้
เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางนิติเวชของเมืองชางซื่อมีจำกัด เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้จึงทำได้เพียงขอให้หน่วยงานระดับสูงส่งแพทย์นิติเวชมาช่วยเหลือ
เย่หยุนถังได้รับแจ้งให้เดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่อย่างกะทันหัน สถานการณ์เร่งด่วน เธอจึงกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่อพาร์ตเมนต์อย่างลวก ๆ ก่อนมุ่งหน้าไปสนามบินทันที
เธอรู้ว่าช่วงสองสามวันนี้เซียวหลิ่นกำลังพาคุณปู่เซียวไปตรวจเยี่ยมงาน เธอไม่กล้าโทรหาเขา และไม่กล้าส่งข้อความไปด้วย
