“เป็นซุนเห่า แฟนหนุ่มของหลิวเชียนเชียน เมื่อก่อนซุนเห่าเคยทำงานเป็นผู้ฝึกนกอยู่ที่สวนสัตว์”
ดวงตาของเซียวหลิ่นคมกริบและเย็นชา “เจอตัวซุนเห่าหรือยัง?”
“ยังครับ...”
เฉิงเหล่ยพูดยังไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์ของเซียวหลิ่นก็ดังขึ้น
เป็นสายจากผู้บังคับบัญชาในสถานี
หลังวางสาย เซียวหลิ่นก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา “ฟู่สือหลี่หายตัวไปแล้ว”
พูดจบ เขาก็เหลือบมองเย่หยุนถัง
สีหน้าของเย่หยุนถังไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย “ตระกูลฟู่โทรหาผู้บังคับบัญชา เพื่อกดดันให้พวกคุณรีบตามหาฟู่สือหลี่ใช่ไหม?”
เซียวหลิ่นพยักหน้า
ฟู่สือหลี่หายตัวไปในช่วงเวลานี้ มีโอกาสสูงว่าจะเกี่ยวข้องกับซุนเห่า
“ทางตระกูลฟู่บอกว่า ฟู่สือหลี่อารมณ์ไม่ดี เลยไปดื่มที่บาร์จนเมา คนขับรถไปรับเขา แต่ระหว่างทางคนขับถูกทำร้ายจนสลบและถูกทิ้งลงจากรถ พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่ารถถูกขับไปแล้ว ส่วนฟู่สือหลี่ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
เซียวหลิ่นหันไปหาเฉิงเหล่ย “เหล่ย ไปตรวจกล้องวงจรปิดด้านนอกบาร์ ส่วนฉันกับนิติเวชเย่จะไปดูจุดที่คนขับถูกทำร้ายจนสลบ”
จุดที่คนขับถูกทำร้ายจนสลบอยู่ในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
คนขับมีบาดแผลที่ศีรษะและพันผ้าไว้ เมื่อเห็นเซียวหลิ่นกับเย่หยุนถังเดินเข้ามา เขาก็รีบเล่าว่า “ตอนนั้นผมขับรถมาตามปกติ จู่ ๆ ก็มีคนก้มตัวใช้ไม้เท้าพยุงเดินพุ่งออกมาชนรถ ผมรีบลงไปดูด้วยความตกใจ คนนั้นฉวยจังหวะที่ผมเผลอ ใช้ไม้เท้าฟาดหัวผมอย่างแรง แล้วยังเอาผ้าเช็ดหน้าที่ชุบยาสลบมาปิดปากกับจมูกผมด้วย”
