เย่หยุนถังรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่ไม่น้อย เมื่อคืนหลังจากเธอเป็นฝ่ายจูบเซียวหลิ่นก่อน เธอก็วิ่งกลับคอนโดที่เช่าไว้ทันที
ตอนนั้นเธอตื่นเต้นจนใจเต้นระรัว ร่างบอบบางพิงกรอบประตู พยายามสงบสติอารมณ์อย่างยากเย็น
เธอคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะมาเคาะประตู หรือไม่ก็ส่งข้อความมาพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เมื่อคืนเย่หยุนถังนอนไม่หลับอยู่นาน
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอจึงค่อนข้างใจลอย
เซี่ยหว่านเพื่อนสนิทชวนเธอออกไปเดินชอปปิงกินข้าวด้วยกัน แต่เธอก็ยังคอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นระยะ
ผ่านไปตั้งสิบกว่าชั่วโมงแล้ว ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นก็ยังไม่มีท่าทีตอบสนองอะไรเลย
เธอตัดสินใจแล้ว ต่อให้เขามาสารภาพความรู้สึกอีกครั้ง เธอก็จะไม่ตอบตกลงเด็ดขาด
ช่วงบ่าย
เย่หยุนถังได้รับข้อความวีแชทจากเย่โม่ “พี่สาว ผมอยู่ที่สวนสนุกธีมแห่งใหม่ทางใต้ของเมืองครับ”
ก่อนหน้านี้เย่หยุนถังเคยรับปากเย่โม่ไว้ว่า ถ้ามีเวลาจะพาเขาไปเที่ยวสวนสนุก
หลังจากบอกลาเซี่ยหว่านแล้ว เย่หยุนถังก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังสวนสนุก
เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ นอกจากเย่โม่แล้ว เธอยังเห็นร่างสูงสง่าที่ดูเย็นชาอีกคนหนึ่ง
เซียวหลิ่น
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตัดเย็บพอดีตัว กับกางเกงสแล็กสีดำที่รีดเรียบกริบไร้รอยยับ แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นถึงท่อนแขน เผยข้อมือที่มีเส้นสายงดงามลื่นไหล ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาสีน้ำตาลเข้ม
ดูเหมือนเขาจะจัดแต่งทรงผมมาเป็นพิเศษด้วย มองแล้วทั้งหล่อเหลา สะอาดสดชื่น และดูดีมีเสน่ห์
แววสงสัยวูบหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่หยุนถัง
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
