การได้ยินของเขายังไม่ได้สูญเสียไปทั้งหมด
เมื่อเธอพูดกับเขาในระยะใกล้ เขายังพอได้ยิน
ใบหน้าซูบผอมและเย็นชาของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ แววตาเย็นชาไม่ต่างจากน้ำแข็งพันปี “ไม่มีอะไรน่าพูด ดวงตากับหูบาดเจ็บนิดหน่อย พี่ใหญ่หาหมอให้ผมแล้ว หลังผ่าตัดก็จะกลับมาเป็นปกติ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาลงกว่าเดิม “หมอนิติเวชเย่ ผมไม่ได้รักคุณแล้ว เราเลิกกันแล้ว คุณบอกเองว่าจะไม่ตามตื๊อ ตอนนี้ก็กลับไปซะ”
เขาคิดว่าพอพูดคำเย็นชาไร้เยื่อใยเหล่านี้ออกไป เธอจะจากไปทันที
ใครจะคิดว่าเธอกลับพุ่งเข้ามาซบในอ้อมแขนเขา
เธอยื่นมือโอบเอวแน่นกระชับของเขาไว้เต็มแรง
กลิ่นหอมสดชื่นที่คุ้นเคยพลันแตะจมูก
จนใจเขาปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม
มือทั้งสองข้างที่ห้อยอยู่ข้างกายกำแน่นเป็นหมัด
เขาหลับตาลง บังคับตัวเองให้สงบ
ต้องผลักเธอออกไป
แต่ความอบอุ่นนุ่มนวลที่คุ้นเคยในอ้อมแขนกลับทำให้เขาเกิดความละโมบ
เธอกอดเขาแน่น ใบหน้าเล็กที่ซบอยู่บนอกเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา
กรามของเขาขบแน่น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างควบคุมไม่ได้
อย่าร้องไห้…
ไม่รู้เพราะนึกถึงอะไร เขาจึงกัดฟันแน่นแล้วผลักเธอออกอย่างแรง
“หมอนิติเวชเย่ กรุณาสำรวมตัวด้วย”
เย่หยุนถังเงยขนตายาวที่เปียกชื้นขึ้น มองไปยังชายหนุ่ม
ระหว่างคิ้วของเขามีแต่ความแข็งกระด้างและเย็นชา
สีหน้าเช่นนั้นทิ่มแทงหัวใจเธอราวกับเข็ม
“เซียวหลิ่น อาการของคุณตอนนี้ร้ายแรงกว่าการตาบอดกับการได้ยินบกพร่องใช่ไหม?”
ถ้าไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนหมดหนทาง เขาคงไม่ปฏิบัติต่อเธอแบบนี้กระมัง!
ถึงจะไม่รักกันแล้ว เขาก็ไม่น่าจะเย็นชากับเธอถึงเพียงนี้!
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมถึงไม่ยอมบอกเธอ?
ริมฝีปากบางสีแดงของชายหนุ่มเม้มเป็นเส้นตรง “กรุณาออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านมา”
เย่หยุนถังยังคงยืนนิ่ง
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมา ทำท่าจะโทรศัพท์
เย่หยุนถังแสบตาจนแทบกลั้นไม่อยู่ เธอสูดจมูกแล้วพูดว่า “ฉันจะรอคุณบอกความจริงอยู่ข้างนอก ถ้าคุณไม่ยอมพูด ฉันก็จะไม่ไปไหน”
พูดจบ เธอก็เดินออกจากตรงหน้าเขา
เธอออกไปยืนอยู่นอกบ้านพัก
ยืนอยู่ในลาน ไม่กลับเข้าไปอีก
เธอยืนอยู่ตรงนั้นจนถึงกลางคืน
