เซวี่ยเฮ่อถิงเอ่ยว่า “เป็นเจ้า”
เฉียวอิ้งเองก็นึกไม่ถึงว่าจะได้พบเซวี่ยเฮ่อถิงที่นี่ นางยิ้มแห้ง ๆ “ช่างบังเอิญจริง ๆ”
จ้าวจืออี้มองทั้งสองสลับกันไปมาแล้วถามว่า “เฮ่อถิง พวกเจ้ารู้จักกันหรือ?”
เซวี่ยเฮ่อถิงกล่าวว่า “คืนก่อน ข้าออกติดตามปีศาจร้ายโดยไม่ทันระวัง จึงทำให้แม่นางตกใจ ยามนั้นข้ารีบร้อนจากไป ยังไม่มีโอกาสเอ่ยขออภัยแม่นาง”
เฉียวอิ้งโบกมือ “คุณชายกำจัดภัยร้ายเพื่อประชาชน เรื่องตกใจเพียงเล็กน้อยจะนับเป็นอะไรได้ กลับเป็นข้าต่างหากที่ควรขอบคุณคุณชาย ซึ่งช่วยคุ้มครองความสงบสุขให้แก่ผู้คนในละแวกนี้”
ในยามนั้น จ้าวจืออี้สังเกตเห็นกระบี่ที่เอวของเซวี่ยเฮ่อถิงสั่นไหว สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “เฮ่อถิง กระบี่ชิงซวงรับรู้ถึงปีศาจได้มาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้มันกระสับกระส่ายไม่เป็นสุข เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เซวี่ยเฮ่อถิงหันไปมองเฉียวอิ้งอีกครั้ง
เฉียวอิ้งพลันรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ
เซวี่ยเฮ่อถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “ไม่นานมานี้แม่นางเปื้อนเลือดปีศาจเข้า บางทีชิงซวงจึงรับรู้ได้”
ไม่นานนัก กระบี่ชิงซวงก็คล้ายกับไม่อาจสัมผัสถึงกลิ่นอายปีศาจได้อีก จึงกลับคืนสู่ความสงบ
เฉียวอิ้งเองก็ถอนหายใจโล่งอก
สายตาใคร่รู้ของมู่หยุนซูจับจ้องมือของเซวี่ยเฮ่อถิง “นี่คือกระบี่ล้ำค่าที่ท่านผู้เฒ่าจ้าวถ่ายทอดให้คุณชายหรือ? ข้าได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ยามท่านผู้เฒ่ายังหนุ่ม เขาอาศัยกระบี่เล่มนี้กำจัดปีศาจร้ายทั่วสารทิศ อีกทั้งเพราะมีเขาคอยพิทักษ์ รอบมณฑลหยุนหลิงจึงสงบสุขไร้ภัยมาหลายปี”
เมื่อกล่าวถึงท่านผู้เฒ่าจ้าว จ้าวจืออี้ก็พลอยภูมิใจไปด้วย สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิ “หยุนซูกล่าวไม่ผิด ครั้งนั้นท่านปู่ของข้าร่วมต้านการรุกรานของมารร้ายกับแม่ทัพใหญ่แห่งมณฑลหยุนหลิง อาศัยเพียงตัวคนเดียวกับกระบี่หนึ่งเล่ม ก็ช่วยคุ้มครองผู้คนทั้งเมืองเอาไว้ได้ ทั้งยังมีท่านย่าของข้า...”
