“ท่านบรรพชน! ผู้น้อยมิได้ตั้งใจรบกวน ขอโปรดอภัยโทษด้วย!”
ยามนี้ลู่ฝานคุกเข่าบนพื้น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด แทบอยากจะซุกหัวลงในดินเสียด้วยซ้ำ
เพราะในสำนักเต๋ามีผู้อาวุโสจำนวนมากที่ปิดด่าน โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่อายุขัยใกล้สิ้นและแสวงหาการทะลวงขั้น ซึ่งล้วนเป็นผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำ หรือแม้กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดระดับเทพทารก
หากเขาบังอาจรบกวนการปิดด่านทะลวงขั้นของผู้อาวุโสท่านใด จนทำให้อายุขัยหมดสิ้น นั่นไม่ใช่เรื่องตายแล้วจบสำหรับลู่ฝาน
อาจถูกอีกฝ่ายดึงวิญญาณ หลอมศพ และทรมานอย่างสาหัส
ลู่ฝานหมอบอยู่บนพื้นสักพักหนึ่ง พลางอดตั้งข้อสงสัยในใจไม่ได้ เพราะชายชราผู้นี้ไม่ขยับเขยื้อนเลย ดูเหมือนจะเสียชีวิตแล้ว
“หรือว่านั่งเข้าฌานมรณะแล้ว?” ลู่ฝานถอนหายใจโล่งอก แต่แล้วก็สังเกตเห็นปัญหา
เพราะเสื้อผ้าที่ชายชราสวมใส่หาใช่ชุดคลุมแปดทิศของสำนักเต๋าไม่ หากเป็นเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์
และดูอายุเก่าแก่มากทีเดียว
“หรือท่านผู้อาวุโสท่านนี้จะไม่ใช่ผู้อาวุโสของสำนักเต๋า?” ลู่ฝานคลานเข้าไปอย่างช้า ๆ ด้วยความสงสัย
หลังจากหยิบถุงเก็บของที่เอวของชายชราออกมา ปรากฏว่าค่ายกลวิญญาณบนถุงเก็บของของชายชราได้สลายไปนานแล้ว
ลู่ฝานเปิดถุงเก็บของ พบภายในมีเพียงคัมภีร์วิชาหนึ่งเล่ม ป้ายหยกซ่อนกลิ่นอายที่ใช้ปกปิดลมปราณหนึ่งแผ่น และขวดหยกเปล่าอีกหลายสิบใบ ในจำนวนนั้นมีบางใบที่มียาเม็ดที่สูญเสียสรรพคุณไปแล้วสามเม็ด
นี่คือมรดกทั้งหมดของท่านผู้อาวุโสท่านนี้
จากการวินิจฉัยเบื้องต้นของลู่ฝาน ท่านผู้อาวุโสท่านนี้คงปิดด่านทะลวงขั้นที่นี่ ใช้ยาเม็ดในขวดจนหมด แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวไปอีกขั้น จึงนั่งเข้าฌานมรณะที่นี่
ทั้งยังไม่อาจตัดสินได้ว่าอีกฝ่ายมีระดับขั้นใดเมื่อยังมีชีวิต แต่จากประสบการณ์เก็บศพหลายปีของเขา ผู้บำเพ็ญที่บรรลุขั้นแก่นทองคำขึ้นไปจะสามารถรักษาร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อยได้
นั่นแสดงว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้อย่างน้อยก็เคยเป็นผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองคำ
“ในเมื่อเป็นผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองคำ คัมภีร์วิชาที่ทิ้งไว้ต้องยอดเยี่ยมมาก” ลู่ฝานมองคัมภีร์ในมือ เปิดอ่านดูหน้าหนึ่ง
พบว่าตัวหนังสือที่บันทึกในนั้นเขาไม่รู้จักเลย ราวกับว่าชายชราผู้นี้มีชีวิตอยู่ในยุคที่เก่าแก่กว่าที่เขาคาดไว้มาก
ลู่ฝานใส่รอยประทับวิญญาณของตนเองลงในถุงเก็บของของท่านผู้อาวุโส เก็บคัมภีร์เข้าไปในถุง แล้วจึงหันมาพิจารณาเตาหลอมยาเบื้องหน้าอย่างละเอียด
ลู่ฝานพบว่าในเตาหลอมยานี้ยังมีหินวิญญาณอยู่สิบก้อน?
ผ่านมานานปีเช่นนี้ หินวิญญาณเหล่านี้กลับไม่สูญเสียพลังปราณ นี่ทำให้เขาสนใจขึ้นมา
แต่รูปทรงของเตาหลอมยาคล้ายโอ่งใหญ่ ลู่ฝานจึงต้องสอดตัวลงไปครึ่งหนึ่งเพื่อดูให้แน่ชัด
นี่ทำให้ลู่ฝานสงสัยยิ่งนัก เตาหลอมยาก็มีไว้หลอมยา เหตุใดจึงโยนหินวิญญาณลงไป?
เคร้ง!
ขณะที่ลู่ฝานกำลังสงสัย เขาลื่นล้ม ร่วงหัวทิ่มเข้าไปในเตาหลอมยา!
“ซี้ด!” ศีรษะกระแทกพื้น ทำให้ลู่ฝานถึงกับกัดฟันกรอด
ลุกขึ้นมาแล้ว ลู่ฝานก็นวดศีรษะ จากนั้นเขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ในเตาหลอมยานี้อบอุ่นมาก และดูเหมือนจะรู้สึกถึงไออุ่นบางเบาที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อสัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่เข้าสู่ร่าง ลู่ฝานก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ จึงรีบปีนออกจากเตาหลอมยา
แม้ลู่ฝานจะอยู่ในเตาหลอมยาเพียงไม่กี่อึดใจ แต่ลวดลายเมฆมงคลที่ผนังด้านนอกของเตาก็จางลงเล็กน้อย
“ประหลาดนัก ไม่รู้สึกว่าระดับพลังจะเปลี่ยนไป เตาหลอมยานี้มีอะไรกันแน่?” ลู่ฝานเกาหัว งุนงงเต็มที่
ระหว่างที่ลู่ฝานเดินวนรอบเตาหลอมยาสังเกตอยู่นั้น สมองของเขาพลันรู้สึกแปลบราวกับถูกไฟฟ้าช็อต!
“ไม่จริง! ข้าของข้า หายดีแล้ว?” ลู่ฝานก้มมองขาซ้ายของตน ก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า ข้อบกพร่องตั้งแต่กำเนิดที่ติดตัวมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดานั้นหายดีแล้ว!
ลู่ฝานเบิกตากว้าง กระทืบเท้าด้วยความไม่เชื่อสายตา แล้วก็เป็นจริงดังว่า ขาซ้ายเป็นปกติไม่ต่างจากคนทั่วไป ความยินดีที่พลันเกิดขึ้นนี้ทำให้ลู่ฝานตะลึงงันไปครู่หนึ่ง
พึงรู้เถิดว่า ความพิการแต่กำเนิดเช่นนี้ มิใช่จะรักษาได้ด้วยการกินโอสถวิเศษใด ๆ
ลู่ฝานเคยสอบถามมาแล้ว ในการรักษาขาเสียของเขา อย่างน้อยต้องให้บรรพชนระดับเทพทารกใช้พลังปราณแท้จึงจะฟื้นฟูได้
พลังปราณแท้คืออะไร นั่นคืออายุขัย เป็นสิ่งที่ใช้แล้วฟื้นคืนยากยิ่ง จะมีบรรพชนระดับเทพทารกที่ไหนใจดีถึงขั้นยอมช่วยรักษาขาให้ลู่ฝาน
แต่บัดนี้ เขาแค่อยู่ในเตาหลอมยาเพียงไม่กี่อึดใจ ก็กลับคืนดีสมบูรณ์ดังเดิม?
ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้ว่า เตาหลอมยานี้ต้องเป็นของวิเศษ!
“คาดไม่ถึงว่าจะพลิกวิกฤตเป็นโชคดีได้!” ลู่ฝานหัวเราะแห้ง ๆ
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ว่าเตาหลอมยานี้เป็นของวิเศษระดับใด แต่ที่สามารถฟื้นฟูขาเสียของเขาได้ มันต้องไม่ด้อยไปกว่าศาสตราวิเศษ
หลังจากนั้นลู่ฝานก็นำหินวิญญาณทั้งสิบก้อนออกจากเตาหลอมยา พินิจดูอย่างละเอียดก็พบว่าผิวของหินวิญญาณเรียบลื่นดั่งกระจก เห็นได้ชัดว่าผ่านการถือเล่นในมือบ่อยครั้งจนผิวเรียบ
พึงรู้เถิดว่า พลังปราณในหินวิญญาณเป็นแบบใช้ครั้งเดียว ดูดซับหมดก็สลายไป แต่หินวิญญาณนี้ดูเหมือนจะถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่ทำให้ลู่ฟานอดสงสัยไม่ได้ว่า เตาหลอมยานี้อาจชาร์จพลังให้หินวิญญาณได้?
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจ ลู่ฝานจึงลองดูดซับหินวิญญาณก้อนหนึ่งจนหมด แล้วโยนหินที่ไร้พลังปราณกลับเข้าไปในเตาหลอมยา
“สมดังคาด!” ลู่ฝานมองหินวิญญาณในเตาหลอมยาที่เปล่งแสงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องตกตะลึงยิ่งนัก
นี่ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า เตาหลอมยานี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาใดเทียบ!
นี่ทำให้ลู่ฝานนึกขึ้นได้ว่าในขวดหยกยังมียาเม็ดที่สูญเสียสรรพคุณไปแล้วสามเม็ด ในเมื่อเตาหลอมยานี้ฟื้นฟูขาเสียของเขาได้ และยังคืนสภาพหินวิญญาณได้อีก
ถ้าเช่นนั้น หากโยนยาเม็ดที่สูญเสียสรรพคุณลงไป จะฟื้นฟูคืนสภาพได้หรือไม่?
“ลองดูหน่อย” ลู่ฝานคิดในใจ พลางโยนยาเม็ดที่ไร้สรรพคุณสามเม็ดนั้นลงไป
สมดังที่คิด
เพียงชั่วลมหายใจ ยาเม็ดสามเม็ดที่เดิมเป็นสีเทาก็เปล่งแสงสีทองทันที! กลิ่นหอมประหลาดของโอสถลอยคลุ้งออกมา
“นี่คือโอสถอะไร?” ลู่ฝานเกิดความสงสัย จึงหยิบยาเม็ดสามเม็ดออกมา
หนึ่งในนั้นเป็นยาที่เขารู้จัก เรียกว่า โอสถกู้หยวนขั้นหนึ่ง เป็นโอสถที่ศิษย์ขั้นกลั่นปราณต้องใช้เมื่อจะทะลวงขั้น
แม้จะเป็นเพียงโอสถขั้นหนึ่ง แต่ความคุ้มค่าของมันสูงล้ำเกินธรรมดา มีสรรพคุณเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรและรักษาระดับพลังให้มั่นคง
ทั้งยังมีผลช่วยในการหลีกเร้นอาหารและฟื้นฟูพลังปราณ เป็นของจำเป็นสำหรับผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าขั้นแก่นทองคำ และยังมีมูลค่าสูงกว่าโอสถรวมปราณขั้นหนึ่งมากนัก
ส่วนอีกสองเม็ดที่เหลือ ไม่มีลายโอสถปรากฏเลย ลู่ฝานจึงแยกไม่ออกว่าเป็นโอสถขั้นใด
แต่เมื่อดูสีสันของโอสถและกลิ่นหอมเข้มข้นของมัน ก็คิดว่าอย่างน้อยคงเป็นโอสถขั้นสามขึ้นไป เพราะการหลอมโอสถของผู้บำเพ็ญในยุคโบราณอาจมีวิธีต่างจากผู้บำเพ็ญยุคนี้ จึงไม่อาจใช้ลายโอสถตัดสินระดับขั้นได้
“เตาหลอมยานี้สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นของวิเศษได้ มีสมบัติล้ำค่าฝืนฟ้าเช่นนี้ เหตุใดท่านผู้อาวุโสจึงยังนั่งเข้าฌานมรณะได้?” ลู่ฝานลูบคาง รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กังวลมากแล้ว ในเมื่อยังออกไปไม่ได้ ก็สู้ฝึกบำเพ็ญเพียรที่นี่เสียเลยดีกว่า เพียงแต่ที่น่าเสียดายคือ ในมือมีโอสถกู้หยวนเพียงเม็ดเดียว
หากมีเพิ่มอีกสักสองสามเม็ด ก็อาจจะยื้อเวลาได้นานขึ้น
คิดถึงตรงนี้ ดูเหมือนลู่ฝานจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ในเมื่อเตาหลอมยานี้แม้แต่ขาเสียของเขายังฟื้นคืนได้ ถ้าหากผ่าโอสถกู้หยวนเป็นสองซีกแล้วโยนลงไป มันจะคืนสภาพกลายเป็นสองเม็ดหรือไม่?
