มันร้องเหมียวอย่างน้อยอกน้อยใจใส่หลิวว่านเซิน ก่อนหันไปมองแม่เสือดาว หวังให้แม่แท้ ๆ ช่วยเข้าข้าง
แม่เสือดาวสนใจแต่ทุ่นลอยน้ำ ไม่คิดจะสนใจมันเลยสักนิด
ลูกเสือดาวตัวน้อยที่ไร้คนช่วยจึงได้แต่ก้มหน้า ปล่อยให้มือน้อย ๆ วางลงบนหัวของมัน
เส้นขนนุ่มลื่นไหลผ่านซอกนิ้ว เด็กหญิงก็เริ่มกล้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
เธอย่อตัวลง กอดคอลูกเสือดาวไว้แน่น แก้มแดงระเรื่อแนบกับหน้าเสือดาว ก่อนถูไถไปมาอย่างแรง
ตอนแรก ลูกเสือดาวยังไม่ค่อยเต็มใจนัก
แต่เมื่อมือน้อย ๆ ลูบจากหัวไล่ไปตามแผ่นหลัง มันก็ค่อย ๆ หยุดส่งเสียงโวยวาย และปล่อยตัวสบาย ๆ ให้ลูบขนต่อไป
ชาวนาสูงวัยยืนมองอยู่ข้าง ๆ พลางยิ้มอารมณ์ดี ความกังวลที่เหลืออยู่ในใจก็พลันมลายหายไป
เสือดาวทั้งสองตรงหน้า นอกจากตัวใหญ่กว่าแล้ว ก็ดูไม่ต่างจากแมวบ้านในหมู่บ้านสักเท่าไร
ทุ่นลอยน้ำกลางทะเลสาบจมลงไปอีกครั้ง หลิวว่านเซินสะบัดข้อมือ ปลาจี่ขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงขึ้นฝั่ง
แม่เสือดาวพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที
หัวของมันขยับตามเบ็ดที่แกว่งไปมา ร้องเหมียว ๆ อย่างร้อนใจ
“ให้แล้ว ๆ อย่าเหยียบสิ”
คราวนี้หลิวว่านเซินไม่แกล้งมันอีก เขาปลดปลาออกจากเบ็ด แล้วยื่นไปตรงปากแม่เสือดาว
แม่เสือดาวตื่นเต้นจนงับลงไปทันที
ปลาถูกงับเข้าไปในปาก มือของหลิวว่านเซินก็พลอยถูกงับเข้าไปด้วย
แม่เสือดาวตัวแข็งทื่อในทันใด
มันรีบคลายปาก ก้มหน้าร้องครางหงิง ๆ สองครั้ง กระทั่งปลาที่อยู่ในปากก็ยังไม่สนใจจะกิน
“เจ้านี่นะ กินอะไรจะรีบร้อนไปถึงไหน!”
