ยามเช้าตรู่ บนถนนในเมืองเล็ก ๆ ก็เริ่มมีผู้คนสัญจรแล้ว
พ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารเช้าเปิดฝาซึ้งไอน้ำสีขาวพลันลอยฟุ้งออกมาจากแผง
เขาชิงฮุยไม่ใช่ภูเขาเลื่องชื่อ เมืองเล็ก ๆ เชิงเขาก็ไม่ได้เจริญรุ่งเรืองอะไรนัก
แต่ร้านผัก ร้านยา ซูเปอร์มาร์เก็ตมีครบครัน ผู้คนสัญจรบนถนนไม่น้อย ชีวิตประจำวันจึงคึกคักอยู่บ้าง
ชายสองคนแบกเครื่องมือทำไร่เดินมาหยุดหน้าร้านซาลาเปา
“เหล่าจาง เช้าขนาดนี้จะไปทำไร่แล้วหรือ?”
“ถ้าไม่ไปตอนนี้ เดี๋ยวแดดก็แผดเผาก้นพอดี”
“ผักแปลงบ้านนายงามดีนี่ ไว้แบ่งให้ฉันสักสองต้นนะ”
“เอาเงินมาซื้อสิ ขาดสักแดงก็ไม่ได้”
ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอยู่ จู่ ๆ หญิงขายซาลาเปาริมทางก็ชะงักมือ “พวกคุณดูสิ นั่นใช่นักพรตจากอารามบนเขาหรือเปล่า?”
ไกลออกไป มีนักพรตหนุ่มคนหนึ่งเดินมาจากปากถนน
อาภรณ์นักพรตสีขาวแนบตัวทิ้งชายลงมา ผมยาวรวบไว้ด้วยปิ่นไม้
มือซ้ายถือแส้ปัดฝุ่น ส่วนเท้าสวมรองเท้าผ้า
เมืองเล็กแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากเขาหลงหู่
ทุกเทศกาลจะมีชาวเมืองไปจุดธูปที่จวนเทียนซือ
นักพรตที่อยู่เชิงเขามีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าแก่หรือหนุ่ม ล้วนมีกลิ่นอายโลกีย์ติดตัวอยู่บ้าง
แต่นักพรตหนุ่มตรงหน้าแตกต่างออกไป บนอาภรณ์สีขาวไม่มีคราบเปื้อนแม้แต่น้อย
แม้เดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยโคลนและฝุ่น ชายเสื้อก็ไม่เปื้อนฝุ่นเลย
นักพรตหนุ่มมีรอยยิ้มประดับใบหน้า ยามเดินผ่านฝูงชนก็ผงกศีรษะให้น้อย ๆ
ท่าทีสงบนิ่งนั้นไม่ได้จงใจวางมาด กลับชวนให้นึกถึงเซียนในนิทานที่ลงจากเขาออกท่องยุทธภพจริง ๆ
“อารามบนเขาของเรามีนักพรตแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ฉันจำได้ว่าข้างในมีสามีภรรยาคู่หนึ่งอยู่ ผู้ชายแซ่หลิว”
“ใช่ แซ่หลิวนั่นแหละ เมื่อสิบกว่าปีก่อนฉันยังเคยไปเสี่ยงเซียมซีด้วย”
