จางฟู่อีมีฐานะทางบ้านดี เป็นลูกคนรวยรุ่นที่สองอย่างแท้จริง
ปกติเพียงเธอออดอ้อนสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด จางฟู่อีก็มักจะตามใจเธอแทบทุกอย่าง
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเลือกชายคนนี้มาจากบรรดาคนในบ่อปลา แล้วเก็บเขาไว้ข้างกายชั่วคราว
ส่วนเรื่องความจริงใจนั้น ก็มีไม่มากนัก
ทำไมจางฟู่อีถึงจู่ ๆ ก็อยากให้นักพรตช่วย?
ก่อนมาที่นี่ เขาไม่เห็นพูดถึงเรื่องนี้เลย
“ลองเล่ามาก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร”
“ถ้าเป็นเรื่องที่อาตมาพอช่วยได้ อาตมาก็จะช่วย”
หลิวว่านเซินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำพูดนี้เป็นเพียงมารยาทเท่านั้น
เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจางฟู่อีเจอเรื่องอะไร จะให้รับปากส่งเดชตั้งแต่แรกได้อย่างไร
แต่พอเข้าหูเสี่ยวอวี้กับสือซื่อ กลับฟังดูไม่เหมือนอย่างนั้นเลย
ทั้งสองเคยเห็นกับตาว่าหลิวว่านเซินเรียกวิญญาณคนตายมาได้ ทั้งยังเห็นเขาสะบัดแขนเสื้อเร่งให้ดอกบัวฤดูหนาวทั้งสระเบ่งบาน
แม้แต่เรื่องเป็นตายและหยินหยางยังจัดการได้ แล้วจะมีเรื่องอะไรในโลกที่เกินความสามารถของเขาอีก?
คำว่า ‘พอช่วยได้’ คงเป็นเพียงความถ่อมตนตามแบบฉบับของผู้สูงส่งเท่านั้น
พอจางฟู่อีได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เขากวาดตามองใบหน้าของเสี่ยวอวี้ สือซื่อ และคนอื่น ๆ ก่อนจะกลืนคำพูดที่จ่ออยู่ริมฝีปากกลับลงไป
เรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว และยังเกี่ยวพันกับปัญหาหลายอย่างที่บิดาเพิ่งประสบมา
เรื่องยังไม่กระจ่าง คนที่อยู่ข้างกายแม้จะเป็นเพื่อนกัน แต่ก็ไม่เหมาะจะดึงทุกคนเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อเห็นจางฟู่อีทำท่าเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูด หลิวว่านเซินกลับยิ่งอยากรู้เกี่ยวกับภารกิจครั้งนี้
เกิดเรื่องอะไรกันแน่ ถึงทำให้คนหนุ่มฐานะดีต้องถ่อมาขอความช่วยเหลือบนเขา แถมยังไม่ยอมเล่าต่อหน้าเพื่อน ๆ?
เขาครุ่นคิด แล้วเปิดระบบขึ้นมา
