“อย่าพูดเหลวไหล!”
“นักพรตท่านนี้มีฝีมือจริง จะเรียกว่าพูดจาหลอกล่อได้ยังไง?”
“เรื่องเมื่อกี้ นักพรตเป็นคนพูดออกมาเองทั้งนั้น ฉันไม่ได้เผยอะไรให้เขาสักคำ!”
“นี่เป็นทางเดียวที่จะแก้ปัญหาของครอบครัวฉันได้ อย่ามาก่อกวน!”
จางฟู่อีได้ยินดังนั้นก็สะบัดมือที่หญิงสาวผมสั้นยื่นเข้ามา น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวถูกผลักจนถอยไปครึ่งก้าว สีหน้าพลันเจื่อนลง
เธอไม่คิดเลยว่า จางฟู่อีที่ปกติยอมตามใจเธอทุกอย่าง จะถึงกับดุเธอต่อหน้าคนอื่นเพราะนักพรตที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นาน?
แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอก็ยิ่งปล่อยให้หลิวว่านเซินทำนายต่อไปไม่ได้
หากเรื่องของคนทั้งเจ็ดถูกเปิดโปงขึ้นมา ทุกสิ่งที่เธอมีอยู่ตอนนี้ก็จะกลายเป็นสูญเปล่า
ทั้งกระเป๋า เครื่องประดับ เงินที่โอนให้ หรือแม้แต่อพาร์ตเมนต์ที่จางฟู่อีเช่าให้เธอ ล้วนรักษาไว้ไม่ได้ทั้งนั้น
แต่จางฟู่อีกลับปักใจเชื่อมั่นในนักพรตตรงหน้าแล้ว หากเธอดึงเขาออกไปฝืน ๆ มีแต่จะทำให้ตัวเองดูน่าสงสัยยิ่งกว่าเดิม
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือภาวนาให้หลิวว่านเซินดูเรื่องของเธอไม่ออก
ขอแค่ผ่านวันนี้ไปได้ พอกลับไปแล้วค่อยหาทางกล่อมจางฟู่อี ทุกอย่างก็ยังพอมีทางแก้
“พี่คะ อย่าโกรธเลย ฉันก็ทำไปเพราะหวังดี...”
หญิงสาวผมสั้นชักมือกลับ ฝืนยิ้มออกมา
ทว่า หลิวว่านเซินจับตาดูเธอมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ก่อนหน้านี้หลิวว่านเซินไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของหญิงสาวคนนี้
แต่จางฟู่อีถูกปิดหูปิดตาอยู่ ก็ชวนให้รู้สึกน่าสงสารอยู่บ้าง
คนหนึ่งเต็มใจจ่ายเงิน อีกคนเต็มใจอยู่เป็นเพื่อน เขาไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวโดยเปล่าประโยชน์
