“ท่านเจ้าสำนัก ฉันไปเตรียมชามกับตะเกียบก่อนนะ เรื่องอาหารฝากคุณจัดการด้วยล่ะ”
ซูอวิ้นทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม ก่อนพาเสือดาวน้อยกับลิงน้อยเดินไปทางห้องครัว
พอแม่เสือดาวได้ยินว่ามีข้าวกิน ก็ไม่สนใจปลาสวยงามในบ่ออีกต่อไป ลุกขึ้นเดินตามไปทันที
ไม่นานนัก แม่ลูกเสือดาวต่างคาบชามข้าวเดินเอื่อย ๆ ออกจากห้องครัว
หลิวว่านเซินเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ส่ายหน้าพลางเดินเข้าครัวไป
บนเขียงมีผักที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ข้างกันยังมีเนื้อภูตพรายอีกไม่น้อย พอสำหรับทำมื้อเย็นอย่างเต็มโต๊ะ
“ไก่ผัดเมื่อวานอร่อยมาก วันนี้ทำเมนูนั้นอีกเถอะ”
ซูอวิ้นเข้าครัวมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เธอแนบตัวพาดอยู่บนหลังหลิวว่านเซิน คางวางบนไหล่เขาเบา ๆ
เส้นผมสองสามปอยระลงบนชุดนักพรตสีขาว ไหวเอนตามลมหายใจขณะเธอพูด
“หั่นเนื้อภูตพรายเพิ่มด้วยนะ ฉันอยากกินเนื้ออีก”
“ช่วงนี้คุณกินเยอะไม่น้อยเลยนะ”
มีดในมือหลิวว่านเซินยังคงขยับไม่หยุด ไม่นานพริกหวานหั่นฝอยก็เรียงเต็มเขียงอย่างเป็นระเบียบ
“จะกลัวอะไรล่ะ?”
“พอบำเพ็ญเพียรแล้ว พลังปราณจะช่วยปรับสมดุลร่างกาย กินเท่าไรก็ไม่อ้วนอยู่แล้ว ก็ต้องฉวยโอกาสกินให้มากหน่อยสิ”
ซูอวิ้นแนบอยู่บนหลังหลิวว่านเซินอย่างอ่อนโยน ไม่มีทีท่าว่าจะลงมาเลย
“วันนี้ไม่ทำไก่ผัด”
“ทำไมล่ะ?”
“จะทำเมนูที่คุณยังไม่เคยกิน รับรองว่าพอได้ชิมแล้วจะลืมไก่ผัดจานเมื่อวานทันที”
ได้ยินดังนั้น ซูอวิ้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ขนาดนั้นเชียว?”
“เดี๋ยวได้ชิมก็รู้เอง”
“อาตมารับรองว่าคุณจะอยากกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย”
“โม้แล้ว”
ซูอวิ้นฮึดฮัดเบา ๆ แล้วคลายแขนออก จ้องเขียงเขม็ง
เธออยากเห็นนักว่าท่านเจ้าสำนักผู้มั่นใจเต็มเปี่ยมคนนี้จะทำอะไรออกมากันแน่
