ซูเหมียวเหมียวยิ้ม จะไม่ให้รีบร้อนได้ยังไง อู๋เต๋ออี้เป็นถึงเลขาฯ แต่กลับหยิบเงินก้อนโตขนาดนี้ออกมาได้ในคราวเดียว หวังหงเจี๋ยในฐานะหัวหน้ากองพลคงร้อนใจแทบตาย ต้องรีบกลับไปตรวจสอบให้ละเอียดทันทีแน่
“หัวหน้าหมู่บ้าน เงินพวกนี้เป็นของพวกเราหมดเลยเหรอ?” พอคนนอกกลับไปหมด ชาวบ้านก็อดถามขึ้นมาไม่ได้
หวังหงเจี๋ยมองซูเหมียวเหมียว เห็นเธอพยักหน้าเบา ๆ ถึงค่อยเอ่ยปาก
“ใช่”
พอทุกคนได้ยินก็พากันโห่ร้องดีใจ นี่มันเกือบ 4,000 หยวนเลยนะ!
หมู่บ้านของพวกเขาจะร่ำรวยแล้ว!
แต่หวังหงเจี๋ยก็พูดต่อ
“ถึงเงินพวกนี้จะเป็นของหมู่บ้านเราแล้ว แต่แปลงปลูกยาถูกทำลาย เราต้องซื้อกล้ายามาปลูกใหม่ ทั้งค่าเช่ารถ ค่ากล้ายา ก็ต้องใช้เงินไม่น้อย ไหนจะอุปกรณ์อย่างโรงเรือนเพาะปลูกอีก ต้องเตรียมใหม่ทั้งหมด เรายังติดเงินสหายซูอยู่ไม่น้อย พอคำนวณค่าใช้จ่ายพวกนี้ออกแล้ว ในบัญชีเราก็เหลือเงินไม่มากหรอก”
คำพูดของหวังหงเจี๋ยทำให้ความกระตือรือร้นของทุกคนหายวับไปทันที จริงด้วย ยังมีเรื่องที่ต้องใช้เงินอีกตั้งเยอะแยะ
พอหัวหน้าหมู่บ้านคำนวณแบบนี้ ทุกคนก็ไม่รู้แล้วว่าเงินจะพอใช้หรือเปล่า
“แต่คราวนี้เราไม่เพียงหาตัวคนที่ทำลายแปลงปลูกยาของเราเจอ ยังได้รับเงินชดเชยที่ควรได้ด้วย นับเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ฉันเสนอว่าเย็นนี้เปิดโรงอาหารส่วนกลาง ให้ทุกคนมาสนุกกันหน่อย พวกคุณมีใครคัดค้านไหม?” หวังหงเจี๋ยเองก็ไม่อยากเห็นทุกคนห่อเหี่ยว จึงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามเสียงดัง
“ไม่คัดค้าน!”