ท่ามกลางช่องว่างระหว่างเงาไม้ที่ซ้อนทับกัน ร่างผอมเพรียวแต่สูงโปร่งแข็งแรงของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
เมิ่งอี้ชวนมีใบหน้าคมชัด แววตาคมกริบราวเหยี่ยวจับจ้องหลิงเจ๋อ มือที่หลิงเจ๋อเพิ่งยกขึ้นพลันหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยน้ำหนักพันชั่ง เขาแทบหายใจไม่ออก
เมิ่งอี้ชวนก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็เดินมาถึงข้างกายเมิ่งฝู
ไม่ได้พบกันหลายปี ตอนนั้นน้องสาวคนโปรดของเขายังสูงแค่ไหล่ บัดนี้กลับสูงเกือบถึงคางแล้ว
แพขนตายาวงอนของเมิ่งฝูสั่นไหว เธอเงยหน้าขึ้น มองร่างสูงใหญ่ที่ยืนปกป้องอยู่เบื้องหน้า จู่ ๆ ปลายจมูกก็พลันแสบขึ้นมาอย่างรุนแรง
“พี่ชาย”
เธอเรียกเขาอย่างว่าง่ายเหมือนเมื่อก่อน
แม้ไม่ได้พบกันมาหลายปี ความผูกพันระหว่างพี่น้องก็ไม่ได้จืดจางลงแม้แต่น้อย
ทันทีที่เขาปรากฏตัว เมิ่งฝูก็ยื่นมือไปคว้าแขนเมิ่งอี้ชวนอย่างพึ่งพา เธอหลุบตาลง เผยสีหน้าคับข้องใจโดยไม่คิดปิดบังอีกต่อไป
เธอก็รู้สึกน้อยใจเป็นเหมือนกัน แต่ตลอดหลายปีมานี้ คนตระกูลอวี๋ไม่เคยยืนหยัดเพื่อเธอเลย
“หยางหยาง ไม่ต้องกลัวนะ”
เมิ่งอี้ชวนบีบแก้มน้อย ๆ ของเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน เรียกชื่อเล่นที่มีเพียงคนตระกูลเมิ่งเท่านั้นที่รู้เหมือนสมัยเด็ก
เขาเหยียดแขนออกไป ดึงเมิ่งฝูมาไว้ข้างหลังจนมิด
เมิ่งอี้ชวนเหลือบมองหลิงเจ๋อด้วยสายตาเย็นชา “ขอโทษน้องสาวฉัน”
หลิงเจ๋อรู้สึกว่านี่มันเหลวไหลสิ้นดี
เขาไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อนเลย!
จู่ ๆ ก็โผล่มา แถมยังเรียกเมิ่งฝูว่าน้องสาวตัวเองไม่หยุด
หลิงเจ๋อโกรธจนหัวเราะ ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม “แกเป็นใครวะ?”
เมิ่งอี้ชวนหัวเราะตาม ดวงตาไม่มีแววขบขันแม้แต่น้อย เขาขยับข้อมือไปมา
