มารดาของอวี๋เหยาอายุเกินห้าสิบมานานแล้ว แต่หลายปีมานี้เธอใส่ใจดูแลตัวเองอยู่เสมอ เวลาออกไปข้างนอกใคร ๆ ต่างบอกว่าเธอดูสาวราวกับเพิ่งสามสิบต้น ๆ
จู่ ๆ กลับมีคนเรียกเธอว่าอาม่า มารดาของอวี๋เหยาแทบหายใจไม่ทันด้วยความโมโห
ฝ่ามือนั้นฟาดลงมาอย่างกะทันหันและหนักหน่วง
เมื่อกระทบใบหน้า เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นในหัว
เมิ่งฝูตั้งตัวไม่ทันอยู่นาน กระทั่งได้ยินเสียงสวี่เนี่ยนทะเลาะกับมารดาของอวี๋เหยา เธอถึงได้สติกลับมา หูอื้อไปหมด
เธอส่ายหน้า อาการหูอื้อถึงค่อย ๆ ทุเลาลง
“สวี่เนี่ยน”
เธอเอ่ยขึ้น สวี่เนี่ยนหันมามองแล้วถามอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เช้านี้ซวยชะมัด
เริ่มจากเจอถังเหิงเฟยไอ้โรคจิตตัวนั้น แล้วก็มาเจอป้าโรคจิตอีกคน
“เมิ่งฝู กลับไปแล้วรีบไปไหว้พระสะเดาะเคราะห์นะ”
จะมีใครโชคร้ายได้ขนาดนี้อีกไหม
เสียงเอะอะทางนี้ดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย
แก้มที่ถูกตบแดงบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งเมิ่งฝูมีผิวขาวอยู่แล้ว เส้นเลือดใต้ผิวก็ยิ่งเห็นชัด รสคาวเลือดเอ่ออยู่ในปาก
เธอมองมารดาของอวี๋เหยาอย่างเย็นชา
ทันทีที่สบตากัน
หัวใจของมารดาอวี๋เหยาพลันเต้นแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ ก็รู้สึกกระวนกระวายและคอแห้ง มือข้างที่เพิ่งตบเมิ่งฝูไปสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
มารดาของอวี๋เหยาเริ่มกระสับกระส่าย
“ฝูฝู...”
จะโทษเธอก็ไม่ได้ เมิ่งฝูทำตัวไม่ดีเอง ดึงดันไปคลุกคลีกับคนเลวอย่างถังเหิงเฟย เธอแค่โมโหจนอดใจไม่ไหวถึงลงมือ ทั้งหมดก็ทำไปเพราะหวังดีกับลูก
