พอแน่ใจว่าเมิ่งฝูไม่ได้เป็นอะไรมาก แถมตอนนี้ยังมีคนมาดูแลแล้ว หลินลี่ก็ไม่คิดจะอยู่เป็นก้างขวางคออีก
เธอจึงเอ่ยขอตัวกลับทันที
“ฝูฝู รอหายดีแล้วฉันจะมารับเธอกลับบ้านนะ”
หลินลี่ทำท่าทางเหมือนโทรศัพท์ พอเห็นเธอไปเร็วขนาดนั้น เมิ่งฝูก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีกสองสามคำ
เฟิงอวี้เดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่กับรัศมีอันทรงพลังของเขาทำให้ห้องพักผู้ป่วยกว้างขวางดูคับแคบลงไปถนัดตา
เมิ่งฝูกะพริบตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไปในที่สุด “ทำไมถึงให้เธอมาด้วยคะ?”
เธอหมายถึงมารดาของอวี๋เหยา
แม้แต่เธอเองก็ไม่เคยคิดจะให้มารดาของอวี๋เหยามาขอโทษถึงบ้าน
แต่เฟิงอวี้กลับนึกถึงเรื่องนี้ได้
ชายหนุ่มเดินเข้ามา รูปร่างสูงโปร่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าแล้วยืนอยู่ข้างเตียง
เปลือกตาสีขาวบางหลุบลงเล็กน้อย เฟิงอวี้เห็นรอยนิ้วสีแดงบนแก้มขาวเนียนของหญิงสาวอย่างชัดเจน แม้อาการบวมจะยุบไปแล้วก็ตาม เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ น้ำเสียงพลันเคร่งขรึมขึ้น
“คุณเป็นภรรยาของผม ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณต้องถูกเอาเปรียบ”
ฝ่ามืออุ่นจัดวางลงบนศีรษะนุ่มนิ่มของเธออีกครั้ง ลูบเบา ๆ คล้ายกำลังปลอบโยน
หัวใจของเมิ่งฝูพลันไหววูบ จู่ ๆ ก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมา เธอเบือนหน้าไปอีกทาง ก่อนจะขานรับเสียงเบาอย่างเชื่องช้า
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
ต่อให้ไม่ใช่เธอ แต่เป็นคนอื่น ขอแค่มีสถานะเป็นคุณนายเฟิง เขาก็จะปกป้องคนนั้น
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เมิ่งฝูก็สบตาเขาอย่างเปิดเผย ใบหน้าเล็ก ๆ ที่อาการบวมยุบลงแล้วเผยรอยยิ้มได้อีกครั้ง ดวงตาโค้งหยี
“ขอบคุณนะคะ”
รอยยิ้มนั้นยังดูห่างเหินและเกรงใจอยู่ไม่น้อย
