แสงอรุณส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นริ้วระยิบระยับ
วันนี้เป็นกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของบริษัท เฟิงอวี้จึงไม่ได้สวมสูทเต็มยศเหมือนทุกวัน
เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองแขนสั้นสีเทาอ่อน คอเสื้อก็ไม่ได้ติดกระดุมเรียบร้อยจนชิดลูกกระเดือกที่นูนเด่นเหมือนที่ผ่านมา
คอเสื้อของชุดแขนสั้นสีเทาอ่อนค่อนข้างกว้าง แค่ขยับตัวเล็กน้อยก็เห็นไหปลาร้าชัดเจน
เฟิงอวี้มีคิ้วตาคมลึก ตรงลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงมีรอยจูบสีแดงจาง ๆ ซ่อนอยู่
สายตาของเมิ่งฝูไม่ได้แย่ขนาดนั้น ระยะห่างเท่านี้เธอยังมองเห็นชัดเจน
พอเห็นรอยจูบตรงลูกกระเดือกของเขา เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อคืนตัวเองจูบแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?
ทั้งที่คนทำแรงกว่าคือเขาต่างหาก
วินาทีต่อมา ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงประตูอย่างสงบนิ่งก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วหันมาทางเธอ
เมิ่งฝูสะดุ้ง รีบดึงม่านปิดกั้นสายตาของชายหนุ่มที่มองมา
เมื่อคืนเขาทำเกินไปขนาดนั้น เช้านี้พอตื่นขึ้นมายังคิดจะเอาอีก
ทำเอาเธอขาอ่อน รีบลงจากเตียงแทบไม่ทัน
ตอนนี้แค่เห็นหน้าเขา เธอก็รู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาแล้ว
คนตรงหน้าช่างไม่เหมือนภาพลักษณ์เย็นชาและรักสันโดษที่แสดงออกต่อหน้าคนอื่นเอาเสียเลย ที่แท้ก็เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ!
เมิ่งฝูแอบหัวเราะหึในใจ พอเห็นเธอจู่ ๆ ก็ดึงม่านปิด สวี่เนี่ยนก็ร้องขึ้นว่า “เมิ่งฝู ทำไมถึงปิดม่านล่ะ? พวกเรายังดูไม่พอเลยนะ”
“เมื่อกี้พวกเธอเห็นไหม? ตรงลูกกระเดือกของคุณเฟิงเหมือนจะมีรอยจูบเลย”
“จริงเหรอ? ฉันยังดูไม่ถนัดเลย”
“พวกเธอว่าเช้านี้คุณเฟิงมาสาย คงเป็นเพราะเมื่อคืนขยันขันแข็งเรื่องบนเตียงเกินไปหรือเปล่า?”
