Y:【บวมแล้ว】
อา อาการหนักขนาดนั้นเลยเหรอ
เมิ่งฝูอดใช้นิ้วจิ้มหน้าจอสองครั้งไม่ได้
เธอกำลังจะถามต่ออีกสักประโยค สวี่เนี่ยนก็เอ่ยขึ้นว่า “มีใครไปชั้นเจ็ดเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”
หวงหาวหันมาถามเธอ “เธอจะไปหาคุณเฟิงเหรอ?”
“ใช่”
สีหน้าของสวี่เนี่ยนดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“พี่อวี๋พาซุนเฉิงเซวียนออกไปทำงานข้างนอกตั้งแต่เช้า แผนงานส่งมาให้ฉันแล้ว ให้ฉันเอาไปให้คุณเฟิงตรวจและเซ็น”
แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าเฟิงอวี้ค่อนข้างใส่ใจพนักงานเมื่ออยู่กันเป็นการส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดเกรงเขาไม่ได้ ในเรื่องงาน เฟิงอวี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกลวงส่ง ๆ แล้วผ่านไปได้
เอกสารที่ผ่านมือเขา หากมีจุดไหนผิดพลาด แม้แต่ตัวเลขเพียงตัวเดียว เขาก็สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว ประสาทสัมผัสทางธุรกิจเฉียบคมจนน่าทึ่ง
โดยเฉพาะเวลาที่เขาทำหน้าขรึมและไม่พูดไม่จา บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งกดดันจนน่ากลัว
แค่คิดว่าจะต้องขึ้นไปชั้นเจ็ด สวี่เนี่ยนก็รู้สึกกดดันอย่างหนัก ปกติพี่อวี๋เป็นคนขึ้นไปส่งงาน
“เนี่ยนเนี่ยน”
ขณะที่เธอกำลังทำใจยอมรับชะตากรรม เมิ่งฝูก็เอ่ยขึ้นว่า “ฉันไปแทนเธอเอง”
“จริงเหรอ?!”
สวี่เนี่ยนดีใจจนเนื้อเต้นทันที มองเมิ่งฝูอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เมิ่งฝูพยักหน้า “อืม ฉันไปเอง”
“ฮือ ๆ มีแต่เธอนี่แหละที่พึ่งพาได้ ขอบคุณนะ ที่รักของฉัน~”
ตอนนี้สวี่เนี่ยนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มเธอสักสองสามที
ก่อนหน้านี้สวี่เนี่ยนเคยช่วยเธอไว้หลายครั้ง การขึ้นไปส่งเอกสารแทนสักครั้งก็นับว่าตอบแทนกัน และตอนนี้เธอก็อยากเห็นเฟิงอวี้อยู่พอดี จะได้ดูให้แน่ใจว่าบาดแผลที่มือของเขาหนักหนาอย่างที่พูดจริงหรือเปล่า
